สมองเสื่อมเป็นภาวะที่ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง สมองสูญเสียหน้าที่ ในการคิด จำ ใช้ภาษา การรับรู้และเข้าสังคม กระบวนการรู้คิดที่แย่ลงจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้ป่วยและญาติ เพราะเมื่อภาวะสมองเสื่อมเกิดขึ้นแล้ว ย่อมส่งผลให้ผู้ป่วย ผู้สูงอายุมีภาวะทุพพลภาพ มีภาวะพึ่งพา  ต้องการความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นๆหลายๆด้านอย่างต่อเนื่อง 

ปัญหาหลงลืม ความจำเสื่อม เกิดจากอะไร? ปัญหาด้านความจำเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยสามารถแบ่งได้อย่างง่ายเป็น 2 สาเหตุหลักๆ

  • ปัญหาด้านความจำที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เช่น เนื้องอกในสมอง การติดเชื้อสมองอักเสบ ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง ภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ เหลือแร่ผิดปกติ การขาดสารอาหารบางอย่างภาวะเครียด ซึมเศร้า เป็นต้น
  • ปัญหาด้านความจำที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่สามารถชะลอได้ เช่น 

    • โรคอัลไซเมอร์: มักพบในผู้สูงวัยที่มีอายุมากกว่า 60ปีขึ้นไป เกิดจากเซลล์สมองเสื่อมจากอายุที่มากขึ้น และมีการสะสมของโปรตีนเบต้า-อะไมลอยด์ ในตำแหน่งต่างๆ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองค่อยๆ ลดลงตามลำดั

    • ภาวะสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมอง: นอกจากความพิการทางร่างกายแล้วโรคหลอดเลือดสมองยังนำไปสู่ความบกพร่องในด้านความจำ ความนึกคิด สติปัญญา โดยพบมากถึง 50% ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเมื่อติดตามไปหลังเกิดสโตรก

    • ภาวะสมองเสื่อมจากโรคพาร์กินสัน: นอกจากอาการสั่น เกร็ง ช้า และการทรงตัวผิดปกติ ความผิดปกติทางด้านการคิด บริหารจัดการ (executive function) สมาธิจดจ่อ (attention) และการคิดด้านมิติสัมพันธ์ (visuospatial function) ก็เป็นลักษณะจำเพาะที่พบบ่อยในผู้ป่วยสมองเสื่อมจากโรคพาร์กินสันในระยะท้าย

ปัญหาด้านความจำพบได้หลายช่วงวัย และแบ่งระดับได้หลายความรุนแรง และในที่นี้จะกล่าวถึงการดูแลที่เหมาะสมสำหรับแต่ละลำดับด้วย

ในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยจะหลงลืม เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นาน เช่น มื้อเช้าที่ได้ทานไป ยาประจำตัวทานไปหรือยัง หลายครั้งใช้เวลานึกจะสามารถนึกออก ปะติดปะต่อเรื่องราวในหัวได้ อาจเริ่มแสดงความบกพร่องในด้านการทำงาน แต่จะยังสามารถช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวันได้ 

การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะเริ่มต้นที่ “วีว่า”

  • การวินิจฉัยเริ่มแรก ต้องอาศัยการถามประวัติและการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อค้นหาสาเหตุที่จำเพาะและรีบจัดการสาเหตุของโรคสมองเสื่อม ประเภทที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ก่อน 
  • มีการทำแบบทดสอบคัดกรองประเมินความจำ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น TMSE และ MoCA test หากพบว่าเข้าข่ายปัญหาบกพร่องด้านความจำ ผู้ป่วยจะสามารถเข้าสู่การประเมินระยะของตัวโรคได้ทันที
  • การรักษาด้วยยา ที่ศูนย์สมองและกายภาพบำบัด ยากลุ่ม cholinesterase inhibitors สามารถชะลออาการของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมบางชนิดได้ แต่ยานี้ไม่ได้ทำให้โรคหายขาด เพียงช่วยชะลอการดำเนินโรคไม่ให้แย่ลงเร็วได้
  • กิจกรรมบำบัดแบบส่วนตัวและแบบกลุ่ม 
    • เข้าร่วมการฝึกสมอง กระตุ้นความจำ ด้วยเทคนิคที่หลากหลาย 
    • กิจกรรมถูกออกแบบและเลือกอย่างพิถีพิถัน ให้เหมาะสมกับความชอบ และระดับความสามารถสมองของผู้ป่วย ไม่ง่ายไปจนน่าเบื่อ แต่ท้าทายและกระตุ้นสมองเพื่อชะลอความเสื่อม 
  • กายภาพบำบัดผู้ป่วยสมองเสื่อม เพื่อคงสมรรถนะทางร่างกาย เพิ่มการเคลื่อนไหว ช่วยเรื่องการทรงตัว กระปรี้กระเปร่า ช่วยผ่อนคลาย และป้องกันการหกล้มในผู้สูงวัย 
  • ฝึกหัดใช้อุปกรณ์ช่วยจำ เช่น สมุดจดบันทึก เพื่อคงความสามารถ ช่วยให้ผู้ป่วยยังสามารถดำเนินชีวิตได้ด้วยตนเองมากที่สุด
  • บุคลากรของ “ศูนย์ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม วีว่า” ได้รับการอบรม ความเข้าใจในตัวโรค การดูแลเรื่องยา การเอาใจใส่ผู้ป่วยที่มีความต้องการพิเศษ ทำให้มั่นใจได้ว่าคนที่คุณรักจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยความรัก ใส่ใจ เข้าใจ อย่างใจเย็น 
  • ที่ “วีว่า” เราสามารถปรับเปลี่ยนโปรแกรมการรักษา กายภาพฟื้นฟู อัพเดทตามสภาวะของผู้ป่วยได้บ่อยและถี่เท่าที่ต้องการ เพราะเรามีทีมแพทย์และทีมรักษาเฉพาะทางที่ดูแลเองตลอด 24 ชั่วโมง 
  • ให้คำแนะนำและติดตามผลการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท
  • สถานที่และเครื่องมือพร้อม ครบครัน มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อช่วยฟื้นฟู

ผู้ป่วยเริ่มช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง มีอาการความจำเสื่อมอย่างชัดเจน จำสิ่งที่ทำไปแล้วไม่ได้ สับสนเรื่องเวลาและสถานที่ บางครั้งจำบ้านตัวเองไม่ได้หรือเดินออกจากบ้านโดยไร้จุดหมาย  

เริ่มมีสัญญาณของพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง เช่น ขี้หงุดหงิด พูดจาหยาบคาย เริ่มมีอาการทางประสาทเพิ่มขึ้น เช่น กลัวคนมาทำร้าย หรือคิดว่ามีคนขโมยของ อาการของตัวโรคเริ่มส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันด้วยตนเองของผู้ป่วย ต้องการการดูแลใกล้ชิดและเสี่ยงต่ออันตรายมากขึ้นหากปล่อยให้อยู่ตามลำพัง

การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะปานกลางที่ “วีว่า”

  • การวินิจฉัยเริ่มแรก ต้องอาศัยการถามประวัติและการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อค้นหาสาเหตุที่จำเพาะและรีบจัดการสาเหตุของโรคสมองเสื่อม ประเภทที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ก่อน 
  • มีการทำแบบทดสอบประเมินระยะของตัวโรค โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเลือกแบบทดสอบที่จำเพาะด้าน เหมาะสมกับโรคที่ต้องสงสัย เช่น Frontal Assessment Battery (FAB) สำหรับผู้ป่วยโรคสมองส่วนหน้าเสื่อม (Frontotemporal Dementia) เป็นต้น เพิ่มเติมจากการทดสอบพื้นฐาน
  • การรักษาด้วยยา ที่ศูนย์สมองและกายภาพบำบัด ยากลุ่ม cholinesterase inhibitors และ ยากลุ่ม  NMDA-r antagonist สามารถชะลออาการของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมบางชนิด ระยะกลางขึ้นไปได้ อย่างไรก็ตามยานี้ไม่ได้ทำให้โรคหายขาด เพียงช่วยชะลอการดำเนินโรคไม่ให้แย่ลงเร็วได้ และต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับโรคที่ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง
  • กิจกรรมบำบัดแบบส่วนตัวและแบบกลุ่ม 
    • เข้าร่วมการฝึกสมอง กระตุ้นความจำ ด้วยเทคนิคที่หลากหลาย 
    • กิจกรรมถูกออกแบบและเลือกอย่างพิถีพิถัน ให้เหมาะสมกับความชอบ และระดับความสามารถสมองของผู้ป่วย ไม่ง่ายไปจนน่าเบื่อ แต่ท้าทายและกระตุ้นสมองเพื่อชะลอความเสื่อม 
  • กายภาพบำบัดผู้ป่วยสมองเสื่อม เพื่อคงสมรรถนะทางร่างกาย เพิ่มการเคลื่อนไหว ช่วยเรื่องการทรงตัว กระปรี้กระเปร่า ช่วยผ่อนคลาย และป้องกันการหกล้มในผู้สูงวัย 
  • ดูแลรักษาแบบองค์รวม ด้วยทีมสหสาขา ประกอบด้วย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด และนักจิตวิทยา ร่วมดูแลรักษาตามเป้าหมายและความต้องการของผู้ป่วยและครอบครัวเป็นทีมเดียวกัน
  • บุคลากรของ “ศูนย์ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม วีว่า” ได้รับการอบรม ความเข้าใจในตัวโรค การดูแลเรื่องยา การเอาใจใส่ผู้ป่วยที่มีความต้องการพิเศษ ทำให้มั่นใจได้ว่าคนที่คุณรักจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยความรัก ใส่ใจ เข้าใจ อย่างใจเย็น 
  • ที่ “วีว่า” เราสามารถปรับเปลี่ยนโปรแกรมการรักษา กายภาพฟื้นฟู อัพเดทตามสภาวะของผู้ป่วยได้บ่อยและถี่เท่าที่ต้องการ เพราะเรามีทีมแพทย์และทีมรักษาเฉพาะทางที่ดูแลเองตลอด 24 ชั่วโมง 
  • ให้คำแนะนำและติดตามผลการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท
  • สถานที่และเครื่องมือพร้อม ครบครัน มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อช่วยฟื้นฟู

มีอาการสมองเสื่อมรุนแรงมาก สูญเสียความจำทั้งระยะสั้นที่เพิ่งเกิดขึ้น และความจำระยะยาว เช่น จำเหตุการณ์สำคัญในช่วงชีวิตไม่ได้ จำคนรอบข้าง ญาติใกล้ชิดไม่ได้ นอกจากปัญหาด้านความจำ จะมีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวและพฤติกรรมอารมณ์ร่วมด้วย

  • ปัญหาด้านการเคลื่อนไหว: เคลื่อนไหวน้อย เริ่มติดบ้านและติดเตียง ทรงตัวลำบาก ลุกยืน เดินลำบาก 
  • ปัญหาด้านพฤติกรรมอารมณ์และจิตใจ (Behavioral and Psychological Symptoms of Dementia, BPSD): ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่ อารมณ์เศร้า สับสน หลงผิด ปัญหานอนไม่หลับ ปัญหาการควบคุมอารมณ์ เป็นต้น

ผู้ป่วยในระยะนี้ โรคจะดำเนินไปส่งผลให้ไม่สามารถช่วยเหลือตนเอง ไม่สามารถดูแลสุขอนามัย กิจวัตรประจำวันของตนเองได้ กลายเป็นผู้ป่วยหนักเรื้อรังที่ต้องการการดูแลตลอดเวลา และเข้าสู่ระยะพึ่งพิงโดยสมบูรณ์ถาวร

การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะรุนแรงที่ “วีว่า”

  • ผู้ป่วยสมองเสื่อมในระยะรุนแรง จะมีภาวะพึ่งพิงสูง ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เนื่องจากอาจไม่สามารถสื่อสาร บอกความต้องการได้ดังเดิม อาจต้องใช้การสังเกตสีหน้า ท่าทาง สัญญาณเพื่อบ่งบอกความต้องการ เช่น ไม่สบายตัว หิวน้ำ ปวด เป็นต้น 
  • ดูแลรักษาโรคสมองเสื่อมร่วมกับโรคประจำตัวร่วมอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนยาตามอาการของผู้ป่วยที่เปราะบางขึ้น 
  • ดูแลปัญหาด้านพฤติกรรมอารมณ์และจิตใจของผู้ป่วยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางสมองและระบบประสาทโดยเฉพาะ เช่น เอะอะโวยวาย เห็นภาพหลอน ไม่ร่วมมือกับญาติในการดูแล เป็นต้น
    • เน้นการดูแลอย่างเข้าใจ ลดสาเหตุกระตุ้น 
    • การแก้ไขปัญหานี้ต้องใช้การปรับเปลี่ยนรูปแบบการดูแลตามอาการของผู้ป่วย 
    • โดยในบางท่านที่ไม่ได้ผล อาจต้องใช้ยาเพื่อลดอาการเท่าที่จำเป็น 
    • แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมและผู้สูงอายุ จะสามารถให้การดูแลได้อย่างเข้าใจผู้ป่วยและเข้าใจตัวโรค
  • ลดภาวะแทรกซ้อนจากการเคลื่อนไหวน้อย เช่น การสำลักสักอาหาร ปอดอักเสบ และแผลกดทับ
  • กิจกรรมบำบัดแบบส่วนตัว ฝึกสมอง กระตุ้นความจำด้วยเทคนิคที่หลากหลาย 
    • ในระยะนี้ การรับรู้และการคงความสนใจของผู้ป่วยจะจำกัดมากขึ้น กิจกรรมจึงเน้นไปที่การกระตุ้นความสนใจ ด้วยภาพ กลิ่น เสียง ดนตรีบำบัดและศิลปะบำบัด ซึ่งจะถูกออกแบบและเลือกอย่างพิถีพิถัน ให้เหมาะสมกับความชอบ และระดับความสามารถสมองของผู้ป่วยเฉพาะบุคคล
  • กายภาพบำบัดผู้ป่วยสมองเสื่อม เพื่อคงสมรรถนะทางร่างกาย เพิ่มการเคลื่อนไหว ช่วยเรื่องการทรงตัว กระปรี้กระเปร่า ช่วยผ่อนคลาย และป้องกันการหกล้มในผู้สูงวัย โดยปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามข้อจำกัดทางร่างกายของผู้ป่วย
  • ดูแลรักษาแบบองค์รวม ด้วยทีมสหสาขา ประกอบด้วย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักจิตวิทยา และนักโภชนาการ ร่วมดูแลรักษาตามเป้าหมายและความต้องการของผู้ป่วยและครอบครัวเป็นทีมเดียวกัน
  • บุคลากรของ “ศูนย์ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม วีว่า” ได้รับการอบรม ความเข้าใจในตัวโรค การดูแลเรื่องยา การเอาใจใส่ผู้ป่วยที่มีความต้องการพิเศษ ทำให้มั่นใจได้ว่าคนที่คุณรักจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยความรัก ใส่ใจ เข้าใจ อย่างใจเย็น 
  • ที่ “วีว่า” เราสามารถปรับเปลี่ยนโปรแกรมการรักษา กายภาพฟื้นฟู อัพเดทตามสภาวะของผู้ป่วยได้บ่อยและถี่เท่าที่ต้องการ 
  • ดูแลแบบ Proactive: เข้าใจ คาดการณ์ ป้องกัน และสามารถจัดการปัญหาสุขภาพของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมได้อย่างรวดเร็ว เพราะเรามีทีมแพทย์และทีมรักษาเฉพาะทางที่ดูแลเองตลอด 24 ชั่วโมง 
  • ให้คำแนะนำและติดตามผลการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท
  • สถานที่และเครื่องมือพร้อม ครบครัน มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อช่วยฟื้นฟู

ปัญหาหลงลืม ความจำเสื่อมหากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาว ที่ศูนย์สมองและกายภาพบำบัด “วีว่า” มีทีมรักษาเฉพาะทางด้านโรคสมองและระบบประสาทเพื่อช่วยฟื้นฟูคนที่ท่านรัก ให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้ง เราพร้อมดูแลให้คนที่ท่านรักได้รับการดูแลอย่างเข้าใจ ใส่ใจ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยมาตรฐานโรงพยาบาลชั้นนำ