อาการชาเป็นปัญหาที่หลายคนอาจมองว่าเล็กน้อย แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รับการดูแล อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในด้านการฟื้นตัวของร่างกาย การรับรู้ตำแหน่งของอวัยวะที่บกพร่องจากอาการชา ส่งผลให้การเคลื่อนไหวร่างกายไม่เป็นไปอย่างที่ควร ผู้ป่วยมักเสียสมดุลและมีความเสี่ยงที่จะล้มง่ายขึ้น ซึ่งอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ป่วยในระยะฝึกเดิน

การรับความรู้สึกที่เปลี่ยนไปในรูปแบบ “ชา” เป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคสมอง ไขสันหลัง และเส้นประสาท โดยผู้ป่วยจะแจ้งว่า “ไม่รู้สึกถึงการจับสัมผัส แต่กลับรู้สึกหนา เหน็บ ด้าน เบา ลอย หรือรับรู้ถึงอุณหภูมิร้อนเย็นที่เปลี่ยนไป” ด้วยอาการและตำแหน่งแหล่งปัญหาที่หลากหลาย การรักษาบรรเทาอาการ จึงจำเป็นต้องวิเคราะห์ปัญหาที่มี สาเหตุที่เกิด และเลือกใช้เทคนิคการกระตุ้นการรับความรู้สึก (กรณีผู้ป่วยรับความรู้สึกได้ลดลง) หรือลดการรับความรู้สึก (กรณีผู้ป่วยรับความรู้สึกมากเกินไป) ให้ถูกต้อง ใส่ใจในรายละเอียดโดยทีมรักษาที่เชี่ยวชาญ

อาการชาของโรคหลอดเลือดสมอง โดยทั่วไปจะมีอาการชาครึ่งซีกร่างกาย มีอาการชาของใบหน้าร่วมด้วย โดยเกิดอาการขึ้นฉับพลันทันที เป็นหนึ่งในหลายอาการของสโตรก หรือโรคหลอดเลือดสมองที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที ตำแหน่งรอยโรคในสมองที่ทำให้เกิดอาการชาได้ ได้แก่

  • การบาดเจ็บตำแหน่งเปลือกผิวสมอง – Parietal cortex stroke
    • หากมีความผิดปกติจะสูญเสียการรับความรู้สึก เกิดอาการชา ของร่างกายและใบหน้าด้านตรงข้าม
  • การบาดเจ็บตำแหน่งทาลามัส – Thalamic stroke
    • หากมีความผิดปกติจะสูญเสียการรับความรู้สึก เกิดอาการชา ของร่างกายและใบหน้าด้านตรงข้าม
  • การบาดเจ็บตำแหน่งก้านสมองส่วนบน – Midbrain stroke
    • หากมีความผิดปกติจะสูญเสียการรับความรู้สึก เกิดอาการชา ของร่างกายและใบหน้าด้านตรงข้าม
  • การบาดเจ็บตำแหน่งก้านสมองส่วนกลางและล่าง – Pontine and medulla stroke
    • หากมีความผิดปกติจะสูญเสียการรับความรู้สึก เกิดอาการชา ของร่างกายด้านตรงข้าม แต่มีอาการชา ของใบหน้าด้านเดียวกับตำแหน่งสมองที่บาดเจ็บ
อาการชาของโรคเส้นประสาทส่วนปลาย มักมีอาการเป็นบางส่วนของร่างกาย เช่น ชาที่แขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่ง ชาเด่นที่ส่วนปลายแขนหรือปลายขา เป็นต้น ตัวอย่างอาการชาของโรคเส้นประสาทส่วนปลาย ได้แก่
 
  • โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท – Herniated disc
  • อาการชาจากการกดทับเส้นประสาทข้อมือ – Carpal tunnel syndrome 
  • อาการชาจากเส้นประสาทอักเสบจากโรคเบาหวาน – Diabetic neuropathy
  • อาการชาจากเส้นประสาทอักเสบเฉียบพลัน – Guillain-Barré syndrome
  • อาการชาจากเส้นประสาทอักเสบจากโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ – Immune mediated neuropathy

การวิเคราะห์ปัญหา “อาการชา” ของผู้ป่วยได้ถูกต้อง ต้องอาศัยการตรวจร่างกายอย่างละเอียด แม่นยำโดยผู้เชี่ยวชาญทางระบบประสาท อีกทั้งยังมีการทดสอบการรับความรู้สึกในรูปแบบต่างๆ เช่น การทดสอบความรู้สึกเจ็บ การทดสอบความรู้สึกอุณภูมิร้อนเย็น การทดสอบการรับรู้ความสั่นสะเทือน เป็นต้น

ระบบประสาทรับความรู้สึกของคนเรานั้นมีหลายส่วนประกอบกัน แต่ล้วนส่งผลกระทบต่อการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยทั้งสิ้น