เป็นสโตรกแล้วจะกลับไปทำงานได้มั้ย?
(Checklist พร้อมเทคนิค)

มีคนกล่าวว่า สโตรกเป็นโรคของผู้สูงอายุ แต่รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบันพบโรคหลอดเลือดสมองพบมากขึ้นในกลุ่มผู้ป่วยวัยทำงาน

โรคสโตรกในผู้ป่วยช่วงวัยนี้ นับว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ใหญ่วัยต้นและวัยกลางคนพิการ สูญเสียสุขภาวะ และถึงกระทั่งสูญเสียชีวิตได้ สถิติจากกระทรวงสาธารณสุขไทย รายงานในปี 2015 พบว่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปี มีสถิติป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดและโรคสมองขาดเลือดชั่วคราวรวมสูงถึง 5.6%ของจำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดทั้งหมด และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

คนไข้สโตรกหลายคน ต้องต่อสู้กับโรคหลอดเลือดสมองตีบ แตก หรืออุดตัน ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ซึ่งภาวะทุพพลภาพที่ตามมา ปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรง ปัญหาการรับความรู้สึก รับสัมผัส และปัญหาการสื่อสารนั้น ล้วนส่งผลจำกัด ต่อการกลับไปทำงานดังเดิม

สำหรับผู้ป่วยหรือผู้ดูแลท่านใดที่กำลังวางแผนจะกลับไปทำงานเร็วๆนี้ หมอมี 3 หัวข้อเช็คลิสต์ เพื่อทำความเข้าใจตนเองในบริบทการทำงาน และประเมินความสามารถของตนเองมาฝากกันค่ะ

3 หัวข้อเช็คลิสต์ ต้องทำ! ก่อนกลับไปทำงาน

  1. เข้าใจงานที่จะกลับไปทำ​
  2. เข้าใจข้อจำกัดของตนเอง
  3. วางแผนและฝึกฝน ให้เหมาะสมกับงาน ให้เหมาะกับบุคคล

เข้าใจงานที่จะกลับไปทำ

ผู้ป่วยต้องทำความเข้าใจลักษณะงานที่จะกลับไปทำ ว่ามีความต้องการทางร่างกาย การนึกคิด และการสื่อสาร อย่างไรบ้าง

การวิเคราะห์ลักษณะงานอย่างละเอียดจะช่วยให้เข้าใจว่า งาน มีกระบวนการตั้งแต่เริ่มจนเสร็จงานอย่างไรบ้าง เมื่อรู้ลักษณะงานก็จะทำให้รู้ข้อจำกัดของตนเอง

ตัวอย่างเช่น

  • การทำงานในสำนักงานที่มีการตอบอีเมลและรับโทรศัพท์เป็นจำนวนมาก อาจต้องใช้ทักษะในการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน รวมถึงความสามารถในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

การทราบความต้องการเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ป่วยเห็นภาพรวมของทักษะที่จำเป็นต้องพัฒนาและปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะงาน

เข้าใจข้อจำกัดตนเอง

การตระหนักถึงข้อจำกัดของตนเองเป็นขั้นตอนสำคัญในการปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงาน

  • ข้อจำกัดเหล่านี้อาจเกิดจากปัจจัยทางร่างกาย เช่น เคลื่อนไหวได้ช้าลง ใช้งานนิ้วมือไม่ถนัดเท่าเดิม มีข้อยึดติด กล้ามเนื้อเกร็งเวลาทำงานต่อเนื่องนานๆ รวมถึงความความเหนื่อยล้าทางร่างกายอาจส่งผลทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถทำงานได้เต็มวัน
  • ข้อจำกัดทางการนึกคิด เช่น ปัญหาในการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (brain flexibility, executive function) ความคิดไหลแล่นช้ากว่าเดิม คิดเลขผิด คำนวณเลขไม่คล่องเท่าเดิม
  • ข้อจำกัดทางการสื่อสาร ที่อาจยังพูดไม่คล่อง มีเรียกชื่อสิ่งของผิด เรียกชื่อสลับ เป็นต้น

การระบุข้อจำกัดของร่างกายที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน จะช่วยให้เราสามารถวางแผนและหาวิธีการที่จะช่วยลดผลกระทบจากข้อจำกัดเหล่านั้นได้

วางแผนและฝึกฝน ให้เหมาะสมกับงาน ให้เหมาะกับบุคคล

เมื่อได้ระบุข้อจำกัดของร่างกายและลักษณะงานที่จะกลับไปทำแล้ว การวางแผนและฝึกฝน และหาเทคนิคชดเชยก็มีความสำคัญ ตัวอย่างเช่น

  • หากไม่สามารถทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้ (multitasking) ก็อาจจะต้องวางสเต็ปการทำงานทีละขั้นไปก่อน เพื่อลดความผิดพลาดในหน้างาน
  • หากมีปัญหาด้านความจำ แก้ไขได้โดย ญาติอาจสอนให้จดงานแต่ละขั้นตอนแยกออกมา และติ้กถูกเมื่อทำงานแต่ละขั้นเสร็จเรียบร้อย และอย่าลืม!! ตั้งนาฬิกาปลุกเตือน เมื่อกลับไปทำงาน เพื่อไม่ให้ลืมทานยา
  • การสอนผู้ป่วยให้ฝึกใช้ซอฟต์แวร์/แอพลิเคชั่น เช่น แอพลิเคชั่นสั่งงานด้วยเสียงสำหรับผู้ที่มีความยากลำบากในการพิมพ์ เป็นต้น

เทคนิคสุดท้าย…ที่มีประโยชน์อย่างมาก ที่ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถลองนำไปใช้ได้ คือ ฝึกจำลองสถานการณ์การทำงานเสมือนจริงดูก่อนที่บ้าน เพื่อฝึกฝนทักษะที่จำเป็น การปรับแผนความช่วยเหลือเหล่านี้ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยมั่นใจมากขึ้น ประหม่าน้อยลง และได้เรียนรู้ข้อผดพลาด พร้อมเทคนิคช่วยเหลืออื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นจริงค่ะ

การประเมินตนเองอย่างละเอียดและปรับปรุงตามความต้องการและข้อจำกัดเฉพาะบุคคลให้เข้ากับงานที่ผู้ป่วยจะหลับไปทำ จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขในงานที่ทำมากขึ้น เพิ่มคุณค่าในตนเอง ลดความเบื่อหน่ายจากตัวโรคได้ค่ะ

ท้ายสุดนี้ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หรือ สมองได้รับบาดเจ็บ จะกลับไปใช้ชีวิตปกติ กลับไปทำงานได้ดีแค่ไหน ขึ้นกับการฟื้นตัว ความขยัน หมั่นฝึกฝน และกำลังใจจากครอบครัวด้วยนะคะ หมอขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

อย่าลืมติดตาม ✨VIVA Wellness✨ เพื่อรับความรู้และเคล็ดลับดีๆ ในการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และผู้ป่วยติดเตียงกันนะคะ🥰

ครั้งหน้าเราสัญญาว่าจะนำเทคนิคการดูแลดีๆ มาแบ่งปัน เพื่อช่วยให้ทุกท่านสามารถดูแลและสื่อสารกับคนที่เรารักได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ

บทความโดย

หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท

สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ