ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวังในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง– สิ่งที่คนไข้และหมอไม่ต้องการ

การฟื้นฟูกายภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง มีจุดประสงค์เพื่อฟื้นฟูความสามารถในการดำรงชีวิตให้เป็นปกติ ใกล้เคียงปกติ หรือ ดีที่สุดเท่าที่สามารถฟื้นฟูได้ และเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากความทุพพลภาพที่เกิดขึ้น ภาวะแทรกซ้อนที่หมอโรคหลอดเลือดสมอง หมอเวชศาสตร์ฟื้นฟูทุกคนไม่ต้องการ และคนไข้ ผู้ดูแล รวมไปถึงหมอประจำท่านอื่นเองควรกำหนดเป้าหมายให้ตรงกัน และระมัดระวังปัญหาดังกล่าว

วันนี้หมอขอมาแชร์เกี่ยวกับ ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวังในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง – สิ่งที่คนไข้และหมอไม่ต้องการ (สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในผู้สูงวัยและผู้ป่วยติดเตียงด้วยโรคอื่นได้เช่นกันค่ะ)

 

เลือกอ่านหัวข้อ “ปัญหาที่พบได้บ่อย”

  • สภาวะร่างกายเสื่อมถอย (physiological deconditioning)
  • ความดันต่ำ (orthostatic hypotension)
  • สมรรถภาพร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูกลดลง (endurance ลดลง)
  • ข้อติด (joint stiffness)
  • แผลกดทับ (pressure sore)

สภาวะร่างกายเสื่อมถอย (physiological deconditioning)

การซ่อมแซมร่างกายของผู้สูงวัย ต่างจากในวัยเด็ก หรือผู้ใหญ่วัยทำงาน การฟื้นตัวของร่างกายและสมองหลังเจ็บป่วย จึงเกิดขึ้นช้ากว่า ระหว่างที่รอระยะเวลาฟื้นตัวนั้น หากผู้ป่วยไม่ออกกำลังกาย ไม่หมั่นฝึกกายภาพ กล้ามเนื้อ อวัยวะบางส่วนของร่างกาย รวมไปถึงสมองและจิตใจก็จะค่อยๆดำเนินการเสท่อถอย แทนที่จะดำเนินการซ่อมแซม

กล้ามเนื้อฝ่อลีบในคนไข้ติดเตียง

ความดันต่ำ (orthostatic hypotension)

สภาวะร่างกายเสื่อมถอยเกิดจากการนอนนานเกินไป มีผลทําให้เกิดอาการของความดันต่ำ ที่พบบ่อย คือหน้ามืดง่ายเวลาลุกยืน วิงเวียนศีรษะบ่อย ลุกแล้วจะล้ม 

สมรรถภาพร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูกลดลง (endurance ลดลง)

หลังจากสมรรถภาพทางกายเสื่อมถอยไปนานๆ มารู้ตัวอีกที 2-3เดือนต่อมา กล้ามเนื้อตามแขนขาก็ฟีบเล็กไปหมด จะออกกำลังกายทีนี้ ร่างกายไม่รู้จะเอากำลังกล้ามเนื้อส่วนไหนมาใช้งาน ยิ่งประกอบกับภาวะขาดสารอาหาร ทานได้น้อย ไม่อยากทาน ไม่บำรุงร่างกาย ยิ่งส่งผลรวมให้ร่างกายถดถอยสมรรถภาพความแข็งแรงลงไป

ขาฝ่อลีบในคนไข้ติดเตียง

ข้อติด (joint stiffness)

สาเหตุของแผลกดทับมักจะมาจากการที่ผู้ป่วยนอนนานๆ ทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง บริเวณที่เป็นปุ่มกระดูกต่างๆถูกกดทับ ขาดเลือดมาเลี้ยงที่บริเวณผิวหนังนั้น จึงทำให้เกิดแผลที่ผิว

  • ในระยะแรกอาจมีแค่อาการลอกที่ผิวอย่างเดียว
  • หากปล่อยไว้ก็อาจลอกไปถึงชั้นกล้ามเนื้อและกระดูก จนเกิดแผลกดทับที่เป็นรู หรือเป็นโพรงลึกลงไปได้

เมื่อไม่มีผิวปกคลุมแล้วโอกาสเกิดการติดเชื้อที่บริเวณผิวหนังก็จะมากขึ้นไปด้วย อาจอันตรายร้ายถึงขั้นมีติดเชื้อเข้ากระแสเลือดได้

การหลีกเลี่ยงหรือป้องกันแผลกดทับ

การหลีกเลี่ยงหรือป้องกันแผลกดทับนั้นก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยผู้ดูแลต้องหมั่นพลิกตัวผู้ป่วยทุก ๆ 2 ชั่วโมง และเปลี่ยนท่านอนของผู้ป่วยด้วย เช่น นอนหงาย นอนตะแคงสลับกันไปมา ข้างซ้ายสลับข้างขวา เป็นต้น นอกจากนี้อาจพิจารณาซื้อที่นอนหรือเบาะลมรองนอนสำหรับผู้ป่วยติดเตียง ที่ป้องกันการเกิดแผลกดทับโดยเฉพาะมาใช้ร่วมด้วยก็ได้

สำหรับผู้ป่วยที่มีแผลกดทับ หมอขอแนะนำ เคล็ดลับการดูแลการขับถ่ายผู้ป่วยติดเตียงเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ >> คลิกอ่านต่อได้ที่นี่

จึงต้องตระหนักและต้องป้องกัน โดยให้มี early mobilization คือค่อยๆเริ่มขยับ เริ่มกายภาพไปทีละน้อยตั้งแต่แรกเจ็บป่วย และหากผู้ป่วยเริ่มมีความสามารถในการเคลื่อนไหว มีความทนทานและความสามารถในการทำกิจกรรมเพิ่มขึ้นทุกวันๆ ( ประเมินจากจำนวนครั้งในการ ออกกำลังกายแต่ละท่าเพิ่มขึ้นในแต่ละวันโดยไม่มีอาการแทรกซ้อนระหว่างออกกำลังกาย) จึงเพิ่มจำนวนและถามถี่ของกิจกรรมเพิ่มขึ้นให้เหสมะสม และเริ่มทำกิจกรรมนอกเตียงมากขึ้น เช่น การลุกนั่งข้างเตียง ฝึกยืน และเดินได้ตามลำดับ

บทความโดย

หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท

สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ