คนดูแลคนที่คุณรัก...คุณจะเลือกใคร ?
ผู้ช่วยพยาบาล vs. ผู้ดูแลช่วยเหลือคนไข้ vs. แม่บ้าน
เลือกแบบไหน ต่างกันอย่างไร ที่นี่ มีคำตอบ!!
การเลือกขึ้นอยู่กับบริบทและความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละบ้าน อาจพิจารณาจากความรุนแรงของการเจ็บป่วย ความเชี่ยวชาญของผู้ดูแล ปัจจัยทางการเงินของแต่ละบ้าน ซึ่งต้องคิดประกอบกันในระยะสั้นและระยะยาว
วันนี้หมอมาสรุปสั้นๆเกี่ยวกับความแตกต่างของ 3 อาชีพ พร้อมราคามาตรฐานของผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจค่ะ
เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- ผู้ช่วยพยาบาล (Practical Nurse; PN)
- ผู้ดูแลช่วยเหลือคนไข้ (Nurse aid; NA)
- แม่บ้าน (Housemaid)
ผู้ช่วยพยาบาล (Practical Nurse; PN)
ผู้ช่วยพยาบาล เป็นผู้ผ่านการเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล โดยมีระยะเวลาการเรียน 1 ปี
- มีความสามารถในการพยาบาลพื้นฐาน เช่น เช็ดตัว ทำแผลเบื้องต้น ดูดเสมหะ เป็นต้น
- ค่าจ้างดูแลต่อเดือน ราคาประมาณ 15,000-20,000 บาทต่อเดือน (วันละ 8-12 ชั่วโมง)
ผู้ดูแลช่วยเหลือคนไข้ (Nurse aid; NA)
ผู้ดูแลช่วยเหลือคนไข้ เป็นผู้ผ่านหลักสูตรจากโรงเรียน บริบาล บริรักษ ์ทั่วไป ในหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุ โดยมีระยะเวลาการเรียน 6 เดือน ซึ่งหลักสูตรนั้นมาจากกระทรวงศึกษาธิการ คล้ายเป็นโรงเรียนสอนอาชีพ เพื่อมาตอบโจทย์ปัญหสขาดแคลนผู้ดูแลผู้สูงอายุในสังคมสูงวัยปัจจุบัน
- มีความสามารถในการพยาบาลพื้นฐาน เช่น วัดความดัน วัดไข้ เช็ดตัว ป้อนอาหาร พาลุกเดิน เป็นต้น
- ค่าจ้างดูแลต่อเดือน ราคาประมาณ 12,000-15,000 บาทต่อเดือน (วันละ 8-12 ชั่วโมง)
แม่บ้าน
บางบ้านที่ผู้สูงอายุช่วยเหลือตนเองได้ ต้องการคนอยู่เป็นเพื่อน ไม่ต้องการการดูแลทางการแพทย์ อาจเลือกจ้างแม่บ้านที่ทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุพร้อมทำหน้าที่ทำความสะอาดบ้านได้ ลักษณะงานนี้ขึ้นกับตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง
- มีความสามารถในการดูแลกิจวัติประจำวันพื้นฐาน เช่น เช็ดตัว ป้อนอาหาร พาลุกเดิน เป็นต้น
- ค่าจ้างดูแลต่อเดือน ราคาประมาณ 10,000-12,000 บาทต่อเดือน (วันละ 8-12 ชั่วโมง)
*ค่าจ้างดูแลที่เขียนไว้ในบทความนี้ เป็นราคาจากการสืบค้น และสอบถามจากญาติผู้ดูแลผู้ป่วย อาจเปลี่ยนแปลงขึ้นกับสถานการณ์ของแต่ละบ้าน ผู้ป่วยแต่ละท่านที่มีความต้องการการดูแลที่แตกต่างกันไปนะคะ
จะเห็นว่าผู้ช่วยพยาบาล ผู้ดูแลช่วยเหลือคนไข้ และแม่บ้าน ไม่สามารถให้การพยาบาลที่ต้องใช้ทักษะทางการแพทย์ ที่มีความเสี่ยงสูง เสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยได้ เช่น เมื่อต้องการการใส่สายยางให้อาหารหรือสายสวนปัสสาวะ ซึ่งต้องอาศัยความระมัดระวังและใช้ประสบการณ์ในการฝึกมาก่อน
กรณีการใส่สายยางให้อาหาร หากใส่สายผิดตำแหน่ง ไม่ลงที่หลอดอาหาร ไปลงที่หลอดลม มีความเสี่ยงทำให้คนไข้สำลักอาหารได้
กรณีการใส่สายสวนปัสสาวะ หากทำไม่สะอาด ปนเปื้อน มีความเสี่ยงทำให้เกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้
ดังนั้นสุดท้ายนี้ ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องทั้งหมด ว่าเลือกแบบไหนดีที่สุด คำตอบที่เลือกควรเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับสถานการณ์และความต้องการที่แตกต่างกันไปของแต่บ้าน ผู้ป่วย ผู้สูงอายุแต่ละท่านนั่นเองค่ะ
บทความโดย
หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท
สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ




