เข้าใจนิสัยการใช้ยาของผู้ป่วย-ผู้สูงอายุ
บ้านไหนมีผู้สูงอายุ คงมีเรื่องปวดหัวเกี่ยวกับการทานยากันไม่น้อย คนสูงอายุบางทีก็ดื้อค่ะ ลดยาเพิ่มยาเอง หมอบอกให้กินเช้าครึ่งเม็ด เย็นครึ่งเม็ด ก็รวบกินมันสะเลย เป็นมื้อเช้าหนึ่งเม็ด มีญาติมาบ่นเรื่องน่ารักๆเหล่านี้ให้หมอฟังประจำๆ แต่คนที่เจอทุกวัน ประจำทุกเช้า ก็ต้องเครียดไปตามๆกัน ส่วนหมอเองก็แอบเครียดแทนผู้ดูแลค่ะ เพราะการทานยาไม่ตรงตามคำแนะนำของแพทย์อาจก่อผลเสียร้ายแรงได้นะคะ
วันนี้อยากให้ลองมาทำความเข้าใจนิสัยการใช้ยาของผู้ป่วย ผู้สูงอายุ กันก่อน จะได้เข้าใจว่าและรับมือได้กับสถานการณ์ผู้สูงอายุที่บ้านไม่ยอมทานยา
ทำความเข้าใจ พฤติกรรมการใช้ยาของผู้ป่วย-ผู้สูงอายุ
- ชอบซื้อยารับประทานเอง
- ไม่ชอบมาหาหมอ
- ไม่รับประทานยาตามแพทย์สั่ง
- ทัศนคติต่อยา
- ยึดติดกับวิธีใช้ยาแบบเก่า
- ชอบเก็บสะสมยา
ชอบซื้อยารับประทานเอง
ในประเทศไทย ผู้สูงอายุมักซื้อยชอบซื้อยารับประทานเองาชุดหรือยาลูกกลอนจากร้านขายยา โดยคิดว่าเป็นสมุนไพรบำรุงสุขภาพและปลอดภัย แต่ยาเหล่านี้มักมีส่วนผสมสเตียรอยด์ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาในระยะยาว เช่น กระดูกพรุน ต่อมหมวกไตฝ่อ และความดันโลหิตสูงได้
ไม่ชอบมาหาหมอ
ผู้สูงอายุมักหลีกเลี่ยงการพบแพทย์เนื่องจากกลัวรบกวนคนใกล้ชิด เสียเวลา ค่าใช้จ่าย และการคมนาคมไม่สะดวก ต้องรอคิวนาน จึงชอบให้ญาติไปขอรับยาแทน ทำให้การติดตามการรักษาไม่ต่อเนื่อง
ไม่รับประทานยาตามแพทย์สั่ง
ผู้ป่วยสูงอายุใช้ยาผิดพลาดด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น
วิธีใช้ยายุ่งยาก
- ผู้ป่วยไม่เข้าใจวิธีการใช้ยาที่ซับซ้อน กินวันเว้นวัน โดยเฉพาะปัญหาการใช้ยาละลายลิ่มเลือดวาร์ฟารินที่หมอโรคสมองและหมอหัวใจพบเป็นอาจิณ เนื่องจาก ยามีหลายขนาด หลายสี แต่ละวันกินสีต่างกันไป บางทีหมอปรับยาเองยังงง คนสูงอายุงง ก็คงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เลยค่ะ
หยุดยาเอง
- ส่วนมากมักเกิดผลข้างเคียงบางอย่าง จึงพิจารณาอยู่ยาเอง โดยไม่แจ้งแพทย์
- หลายครั้งคนไข้มาพบหมอที่คลินิก บอกว่าหยุดยามาสักพักแล้วเหตุผลคือ ทานแล้วมีอาการผิดปกติ จึงหยุดไปเอง เหตุการณ์ดังกล่าวต้องระวังอย่างมาก และคงต้องกลับมาพิจารณาว่า อาการนั้นสัมพันธ์ เป็นผลข้างเคียงจากยาจริงที่แพทย์ต้องเปลี่ยนยา หรือเป็นผลจากเหตุอื่น/ยาตัวอื่นกันแน่
- การหาสาเหตุและปรึกษาให้เข้าใจจึงมีส่วนสำคัญมากให้คนไข้และผู้ดูแลสามารถใช้ยาได้อย่างปลอดภัยและแฮปปี้ ไร้ความกังวลค่ะ
สายตาไม่ดี หลงลืม หรืออ่านฉลากยาไม่ชัดเจน
- เป็นปัญหาที่พบบ่อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียว หรืออยู่กันสองคนตายาย สายตาฝ้าฟางกันทั้งคู่
ทัศนคติต่อยา
- ผู้สูงอายุมักกลัวว่าการใช้ยามากๆ จะทำให้ตับและไตวาย ทำให้ลดยาเอง ทานบ้างไม่ทานบ้าง ที่พบบ่อยเช่นยาลดความดัน ยาลดไขมัน เป็นต้น หรือบางท่านอาจ เพิ่มปริมาณยาด้วยตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มยาแก้ปวด ยานอนหลับ เป็นต้น
ยึดติดกับวิธีใช้ยาแบบเก่า
- ยาหลายชนิดที่ต้องปรับเปลี่ยนตามตัวโรค เพื่อควบคุมอาการและป้องกันโรคให้ดีขึ้น ตามอาการของผู้ป่วย เช่น ยาความดัน เดิมอาจทานเต็มหนึ่งเม็ด เมื่อความดันเริ่มต่ำลง แพทย์อาจพิจารณาปรับลดยาเหลือเพียงครึ่งเม็ด เวลาเดิม ผู้ป่วยสูงวัยบางท่าน จะไม่สามารถจดจำวิธีการใช้ยาแบบใหม่ได้ จึงทำให้การใช้ยาผิดพลาดไปจากคำแนะนำของแพทย์แบบไม่ตั้งใจ
ชอบเก็บสะสมยา
ผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรังมักเก็บสะสมยาที่ใช้ไม่หมดไว้ และใช้ยาเดิมเมื่อเจ็บป่วยครั้งต่อไป ซึ่งอาจเป็นอันตรายหากยาหมดอายุแล้ว อาจได้ผลข้างเคียงของยา โดยไม่ได้ประโยชน์ของยาเลยก็เป็นได้
การเข้าใจ ใส่ใจ และพูดคุยกันให้ผู้สูงอายุเห็นคววามสำคัญของการใช้ยาให้ถูกวิธีตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ยาอย่างปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดีขึ้น
บทความที่น่าสนใจ
บทความโดย
หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท
สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ




