ใครบ้างที่จำเป็นต้องให้อาหารทางสายยาง (NG tube)

หลายๆครั้ง ญาติผู้ป่วยคงได้รับการแนะนำจากคุณหมอว่า “คนไข้ต้องให้อาหารทางสายยาง” แต่คุณหมอยังไม่ได้อธิบายอย่างละเอียดให้ฟังว่า ความจำเป็นที่ต้องมีอุปกรณชนิดใหม่ติดตัวคนไข้นั้น มีความจำเป็นอย่างไร หรือกระทั่งสายยางให้อาหารนั้นคืออะไร เข้าทางไหน ใส่ลงไปอยู่ในส่วนไหนของร่างกาย

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

  • ข้อบ่งชี้ในการใส่สายยางให้อาหารในผู้ป่วย?
  • เวลาใส่เจ็บหรือไม่ ใส่แล้วผู้ป่วยจะรู้สึกอย่างไร?
  • หลังใส่สายยางให้อาหาร ทานทางปากได้หรือไม่?
  • ต้องใส่สายยางให้อาหารตลอดไปหรือไม่?
  • เมื่อไหร่ จะสามารถถอดสายยางให้อาหารได้?

หากใครมีข้อสงสัยว่าทำไมต้องให้อาหารทางสายยาง การให้อาหารทางสายยางเป็นอย่างไร มาเริ่มรู้จักกันเลยค่ะ

อธิบายโดยง่าย

  • สายให้อาหาร หรือ สาย NG คือ สายยางยาว ขนาดความยาว 50-60 เซนติเมตร ที่สามารถโค้งงอได้ ใส่เข้าทางรูจมูกผ่านคอลงไปถึงกระเพาะอาหาร ปลายสายอยู่ในกระเพาะอาหาร เเละมีเทปติดไว้ที่จมูกเพื่อกันเคลื่อนเข้าออก

โดยทั่วไปจะใช้เพื่อให้อาหารทางสายยาง หรือเรียกภาษาหมอว่า “ฟีดอาหาร”

ข้อบ่งชี้ในการใส่สายยางให้อาหารในผู้ป่วย?

  • ผู้ที่รับประทานอาหารทางปากไม่ได้
  • ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการกลืน และสำลักอาหาร โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน ซึ่งรอยโรคในสมองมักกระทบต่อตำแหน่งการควบคุมการกลืน
  • ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมระยะท้าย ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ (Alzheimer), ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันระยะท้าย (Parkinson) ซึ่งมักมีปัญหาในการเคี้ยว กลืน สำลัก
  • ผู้ที่ไม่รู้สึกตัวหรือไม่ยอมรับประทานทางปาก
  • ผู้ที่ทานได้น้อยกว่า 60% ของพลังงานที่ควรได้รับต่อวัน นานติดต่อกันเกิน 3-7 วัน ทำให้เสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหาร
  • ผู้ที่มีภาวะขาดสารอาหารและจำเป็นต้องเพิ่มภาวะโภชนการ

เวลาใส่เจ็บหรือไม่ ใส่แล้วผู้ป่วยจะรู้สึกอย่างไร?

  • ความรู้สึกของผู้ป่วยตอนใส่สายยาง จะรำคาญและเจ็บเล็กน้อย เนื่องจากสายต้องผ่านเข้าไปทางโพรงจมูก และคอหอย ซึ่งเป็นเยื่อบุอ่อน จึงทำให้ระคายเคืองได้
  • หลังใส่สายยางให้อาหารไป ในช่วงแรกผู้ป่วยจะรู้สึกรำคาญ ที่ต้องมีอะไรมาคาที่จมูกและในคอ อย่างไรก็ตามสายยางให้อาหารนี้ มีประโยชน์อย่างมากในผู้ป่วยที่กลืนลำบาก หรือมีความเสี่ยงในการสำลักอยู่

หลังหลังใส่สายยางให้อาหาร ทานทางปากได้หรือไม่?

  • โดยกายภาพ ผู้ป่วยจะยังสามารถกลืนทางปากได้ โดยอาหารที่ทานต้องเป็นน้ำเหลว น้ำข้น ส่วนอาหารที่เป็นของแข็งเช่นข้าวสวย กับข้าวนั้น จะยังไม่สามารถทานได้ เนื่องจากจะลงไปติดกับสายยางที่ผ่านอยู่ในทางเดินอาหารบริเวณลำคออยู่
  • อย่างไรก็ตาม การกลืนของทางปาก แม้ว่าทำได้ แต่ข้อสำคัญที่ต้องตระหนักคือ ปัญหาการสำลักอาหารลงปอด ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อตามมา หมอขอแนะนำอย่างยิ่งว่าการถอดสายเอง แล้วทานทางปาก โดยที่สภาพร่างกาย การเคี้ยวกลืนยังไม่พร้อมนั้น มีความเสี่ยงอย่างมากต่อการสำลักอาหารลงปอด และนำไปสู่โรคปอดอักเสบติดเชื้อ อันตรายถึงแก่ชีวิตได้

หากต้องการฝึกกลืน หรือพิจารณาการถอดสายให้อาหารทางจมูก… 
หมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล เพื่อประเมินและฝึกการเคี้ยวกลืนด้วยเทคนิกวิธีที่ถูกต้องนะคะ

การฝึกกลืน

ต้องใส่สายยางให้อาหารตลอดไปหรือไม่?

คำถามยอดฮิตที่ผู้ป่วยและญาติถามหมอเสมอๆ ต้องใส่สายยางให้อาหารตลอดไปหรือไม่?

คำตอบคือ แล้วแต่สภาวะของผู้ป่วยแต่ละบุคคลไป สามารถถอดออกได้หากหมดข้อบ่งชี้ ดังที่ได้กล่าวไปเบื้องต้นค่ะ เช่น หากผู้ป่วยใส่สายยางให้อาหาร ด้วยข้อบ่งชี้ คือ ภาวะกลืนลำบาก กลืนสำลัก หลังจากที่ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง เมื่อผ่านระยะแรกของโรคไปแล้ว อวัยวะในการกลืนมักสามารถฟื้นตัวได้ระดับหนึ่ง หากได้รับการกายภาพฟื้นฟู และฝึกการกลืนด้วยวิธีที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาทานอาหารทางปากแบบปกติได้

เมื่อไหร่ จะสามารถถอดสายยางให้อาหารได้?

  • เมื่อไหร่ จะสามารถถอดสายยางให้อาหารได้นั้น ไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจน ในภาพรวมคือเมื่อความเจ็บป่วยทางร่างกายเริ่มทุเลาลง อาการคงที่ ผู้ป่วยควรมีสัญญาณชีพที่คงที่ ไม่ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ และตื่นรู้ตัวดีแล้ว
  • รวมถึงควรได้รับการประเมิณจากแพทย์ นักกายภาพฟื้นฟูก่อน ว่าผู้ป่วยสามารถกลืนทางปากได้แล้ว

จึงเริ่มฝึกกลืน และประเมิณการกลืนตามลำดับ หากประเมิณว่าผ่าน จึงสามารถถอดสายยาง ทานอาหารทางปากได้อย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถถอดสายยางให้อาหารได้ ผู้ป่วยและญาติผู้ดูแลอย่าเพิ่งท้อใจไปนะคะ การฝึกกลืน ทำกายภาพบำบัด การฝึกการออกเสียง เคลื่อนที่ออกกำลังกายลิ้น เพดานปาก จะช่วยให้กล้ามเนื้อการกลืน การออกเสียงแข็งแรงขึ้นตามลำดับ

หากสุดท้ายแล้วไม่สามารถกลืนได้ผ่านจริงๆ อาจลองปรึกษาทางเลือกการทำสายยางทางหน้าท้อง ภาษาหมอเรียกว่า เพ็ก (PEG) ที่ย่อมาจาก “Percutaneous Endoscopic Gastrostomy” เพื่อให้อาหารทางหน้าท้องระยะยาว ซึ่ง “ข้อดีข้อเสีย ของการใช้สายยางทางหน้าท้องมีอย่างไรบ้าง” สามารถติดตามอ่านต่อได้เลย

บทความโดย

หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท

สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ