คู่มือการดูแลผู้ป่วยพาร์กินสัน คู่มือการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม คู่มือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ดูแลผู้สูงอายุอย่างเข้าใจ ปัญหาการกินและการกลืนbyadmin รู้หรือไม่ ทำไมต้องให้อาหารทางสายยาง? หลายๆครั้งญาติผู้ดูแลคงสงสัยว่า ทำไมหลังเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล ผู้ป่วยถึงไม่สามารถกลับไปทานอาหารเองได้ตามปกติ จำเป็นต้องใส่สายยางให้อาหาร หรือบางท่านอาจต้องเปลี่ยนไปทานอาหารผ่านสายยางทางหน้าท้อง สาเหตุที่แพทย์แนะนำเช่นนั้นมักเกิดจากผู้ป่วยยังไม่พร้อม ไม่สามารถทานอาหารได้เอง เนื่องด้วยสาเหตุ 4 ข้อดังนี้ปัญหาผู้ป่วยยังมีความรู้สึกตัวตื่นไม่ดีหรือผู้ป่วยมีภาวะอ่อนเพลียจากการเจ็บป่วยปัญหาผู้ป่วยมีภาวะกลืนลำบากปัญหาผู้ป่วยมีเสมหะเยอะปัญหาของระบบร่างกายยังทำงานได้ไม่เต็มที่ 1. ปัญหาผู้ป่วยยังมีความรู้สึกตัวตื่นไม่ดีหรือผู้ป่วยมีภาวะอ่อนเพลียจากการเจ็บป่วย ในช่วงที่ร่างกายกำลังต้องต่อสู้กับความเจ็บป่วยและตัวโรค ผู้ป่วยที่ยังมีปัญหาความรู้สึกตัวที่ไม่ดี ยังมีภาวะอ่อนเพลียจากการเจ็บป่วยจะยังไม่สามารถกลับมาเคี้ยวกลืนได้ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักเสี่ยงต่อการสำลักรวมถึงมักประสบภาวะขาดสารอาหาร การปล่อยให้ผู้ป่วยทานอาหารเฉพาะตอนตื่นเท่านั้น จะทำให้ผู้ป่วยประสบภาวะขาดสารอาหารและไม่สามารถบำรุงร่างกายให้มีพลังงานเพียงพอต่อการฟื้นฟูร่างกายได้ อีกทั้งขณะที่ยังกึ่งหลับกึ่งตื่นแต่ถึงมื้ออาหารที่ต้องทานแล้ว การทานอาหารด้วยวิธีป้อน ณ ขณะนั้น พบว่ามีวามเสี่ยงต่อการสำลักมากกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ตื่นดีและผ่านพ้นช่วงความเจ็บป่วยช่วงแรกที่ฟื้นตัวขึ้นมาดีแล้วอีกด้วย 2. ปัญหาผู้ป่วยมีภาวะกลืนลำบาก ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันหลังนอนโรงพยาบาล เนื่องจากสมองที่ควบคุมการกลืน และการพูด ขยับกล้ามเนื้อปาก นั้นเป็นส่วนที่ทำงานสัมพันธ์กัน จึงพบว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันมีสำลักได้บ่อย โดยเฉพาะน้ำ หรืออาหารเหลว การสำลักอาหารในผู้ป่วยและผู้สูงอายุนั้นเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคปอดอักเสบ ติดเชื้อจากการสำลักอาหารได้มากเป็นสาเหตุการนอนโรงพยาบาลอันดับต้นๆในผู้สูงวัย 3. ปัญหาผู้ป่วยมีเสมหะเยอะ เนื่องจากผู้ป่วยและผู้สูงอายุมักมีปัญหาในการไอขับเสมหะได้ลำบากกว่าคนวัยหนุ่มสาว อีกทั้งผู้ป่วยบางรายหลังกลับจากโรงพยาบาลไป ยังต้องได้รับการดูดเสมหะอยู่บ่อยๆทุก 4-6 ชั่วโมง ปัญหาเสมหะเยอะมักสัมพันธ์กับปัญหาการควบคุมอวัยวะในการเคี้ยวกลืนเช่นกัน ดังนั้นผู้ป่วยกลุ่มนี้ แพทย์จึงมักแนะนำให้รักษาปัญหาเรื่องเสมหะให้ดีก่อน จึงเริ่มทำการฝึกกลืนทางปาก เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนคือการสำลักอาหารลงหลอดลมและปอดนั่นเอง อ่านเพิ่มเติม : เทคนิคดูแลผู้ป่วยเสมหะเยอะ&วิธีทำกายภาพขับเสมหะ 4. ปัญหาของระบบร่างกายยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เช่น ผู้ป่วยหลังผ่าตัดอวัยวะเกี่ยวกับทางเดินอาหารและช่องท้อง เป็นต้น การใส่สายยางให้อาหารในช่วงแรกของความเจ็บป่วย จนกว่าจะฟื้นตัวดี และเริ่มฝึกการกลืน ฝึกการเคี้ยวอาหารจึงเป็นวิธีการรักษาและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในช่วงต้นได้ดีกว่า อีกทั้งอาหารทางสายยางนั้นยังสามารถกำหนดคุณค่าทางสารอาหารให้ครบมากกว่าการป้อนอาหารผู้ป่วยซึ่งมักยังทานได้น้อย ไม่อยากอาหารและมีภาวะกลืนลำบาก ญาติหรือผู้ดูแลที่ต้องให้อาหารผ่านทางสายยาง ควรเรียนรู้วิธีการให้อาหารทางสายยาง อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมพร้อม และข้อควรระวังในการให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วยไว้ล่วงหน้าก่อนรับผู้ป่วยกลับบ้าน รวมถึงควรไปฝึกปฏิบัติจริงพร้อมพยาบาลผู้ดูแลผู้ป่วยก่อนรับกลับบ้าน บทความที่น่าสนใจ อ่านเพิ่มเติมStep by step : 9 ขั้นตอนการใส่สายยางให้อาหารผู้ป่วยทางจมูกแนะนำข้อมูล-การใช้สายยางให้อาหารในผู้ป่วยอุปกรณ์สำหรับใส่สายยางให้อาหารผู้ป่วยทางจมูก (พร้อมภาพประกอบ)คู่มือจัดการ ภาวะท้องอืดหลังผู้ป่วยได้รับอาหารทางสายยาง บทความโดย หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ “VIVA Wellness” หรือทางไลน์ “VIVA Wellness” นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ ยินดีให้คำปรึกษาฟรีนัดปรึกษาปัญหาการฟื้นตัวกับหมอมิ้นท์โทร 092-828-6888 หรือแอดไลน์ @vivawellness dysphagiaNGtubePEGกลืนลำบากกายภาพบำบัดกายภาพบำบัดสโตรกกายภาพบำบัดโรคหลอดเลือดสมองกายภาพสโตรกตำแหน่งสายยางให้อาหารบ้านผู้สูงอายุปอดติดเชื้อฝึกกลืนฟื้นฟูสโตรกกับหมอมิ้นท์ศูนย์ดูแลผู้ป่วยศูนย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียงศูนย์ดูแลผู้ป่วยสโตรกศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองศูนย์ดูแลผู้สูงอายุสายยางให้อาหารสายยางให้อาหารทางหน้าท้องสโตรกสโตรคอัมพาตอาหารทางการแพทย์อาหารทางสายยางอาหารปั่นเลือดออกในสมองเส้นเลือดสมองตีบเส้นเลือดสมองแตกเสมหะโรคหลอดเลือดสมองไอสำลัก แนะแนวเรื่อง Previous Postใครบ้างที่จำเป็นต้องให้อาหารทางสายยาง (NG tube) Next Postเมื่อความเศร้า กลายเป็นความเข้าใจ