ฝึกอย่างไรถึง “ตักข้าวทานเองได้ภายในสามเดือน”

รีวิวความสำเร็จในการฝึก ที่ศูนย์ฟื้นฟูกายภาพโรคหลอดเลือดสมองวีว่า โดยคุณเกียรติศักดิ์ ถนอมวงศ์ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ ที่เข้ารับการฝึกกายภาพบำบัดสูตรเข้มข้น เป็นระยะเวลา 3 เดือน

…ตอนแรกตื่นมาผมรู้สึกชาที่แขนซ้าย คิดว่านอนทับ เลยไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่พอช่วงเย็นอาการชาไม่หาย แถมยังอ่อนแรงจนยกแขนไม่ขึ้น เลยรีบไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ ตอนนั้นรู้สึกทั้งกลัวทั้งกังวล เพราะเราเป็นเสาหลักของครอบครัว กลัวว่าจะกลับมาใช้ชีวิตปกติไม่ได้ กลัวจะเป็นภาระของครอบครัว เข้าโรงพยาบาลไปอยู่ประมาณ 3 วันก็ได้ออก หมอเค้าบอกว่าเป็นสโตรก โรคหลอดเลือดสมอง มีสมองขาดเลือดเล็กๆแต่ดันโดนจุดสำคัญ ต้องกลับไปทำกายภาพต่อเนื่อง…

…ผมเองไม่รู้จักโรคนี้มาก่อน มากสุดก็แค่เคยได้ข่าว ว่ามีเพื่อนในรุ่นเป็น ตอนเกิดเรื่องใหม่ๆ ที่บ้านทุกคนเค้าก็คอยให้กำลังใจ บอกให้ผมสู้ ช่วงนั้นผมยังไม่มีกำลังใจจะทำอะไร ตอนออกจากโรงพยาบาลไม่ใช่อย่างนี้นะ ขยับแขนแทบไม่ได้เลย แค่พอกระดิกนิ้วได้เท่านั้น ลูกชายผมเป็นหลักที่พยายามหาศูนย์กายภาพให้ ทุกวันนี้ก็ต้องขอบคุณเค้า…

…ตอนแรกจะจ้างคนมาทำกายภาพที่บ้านแต่ค่าใช้จ่ายก็เอาเรื่อง แล้วผมยังขยับขา ลุกเดินเองไม่คล่องอีก สุดท้ายก็เลยตัดสินใจเลือกศูนย์ดูแลเฉพาะทางดีกว่า เค้าบอกว่าที่วีว่า เค้าเฉพาะทางด้านโรคหลอดเลือดสมองโดยตรง ก็เลยปรึกษากัน

หมอที่นี่เค้าเป็นหมอโรคระบบประสาท ที่เฉพาะทางโรคหลอดเลือดสมองโดยตรง แล้วก็มีน้องๆทีมกายภาพบำบัด ที่ออกแบบโปรแกรมการฟื้นฟูที่เหมาะกับผมโดยเฉพาะ ผมฝึกตอนนี้เข้าเดือนที่ 3 ก็ต้องบอกว่าดีขึ้นมาก เดินได้เองไม่ต้องมีคนจับ เวลาทานข้าวก็ ใช้ช้อนตักกินเองได้แล้ว ไม่หก ไม่ต้องให้คนมาป้อน ผมแข็งแรงดีขึ้น ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมากๆแล้ว ก็ต้องฝึกต่อ สู้ต่อ อย่าท้อแท้ครับ โรคนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด สิ่งสำคัญคือต้องมีกำลังใจ อดทน ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เข้ารับการฟื้นฟูอย่างจริงจัง ผมว่าผมน่าจะพอเป็นตัวอย่างได้ พิสูจน์ว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติอีกครั้ง…

ปัญหา“กล้ามเนื้อมัดเล็กไม่แข็งแรง”

  • ผู้ป่วยหลายท่านที่สามารถขยับแขนได้ดีขึ้นแล้ว มักเลือกอยากฝึกกิจวัตรประจำวันพื้นฐาน เริ่มด้วยการตักอาหารทานเอง เพื่อหัวงจะได้ฝึกลดการพึ่งพิง ลดความช่วยเหลือจากญาติ
  • แต่…มักจะพบปัญหาว่าผู้ป่วยไม่สามารถ “กำช้อนส้อม” เพื่อตักอาหาร แม้แขนจะมีแรง!!

ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจากกล้ามเนื้อมัดเล็ก มือนิ้ว ไม่แข็งแรง”

  • ในกรณีดังกล่าว แพทย์และนักกายภาพบำบัดจะต้องอาศัยประสบการณ์วิเคราะห์ให้ละเอียดถึงองค์ประกอบของกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น ว่ายังบกพร่องตรงจุดใด?
  • ผู้ป่วยจะได้รับการแก้ไขได้ตรงจุด✔️

ปัญหาการใช้ช้อนส้อมทานข้าวด้วยตนเอง เมื่อวิเคราะห์แยกองค์ประกอบ

  • ตอนจับช้อนส้อมให้มั่นคง: ต้องอาศัยการฝึกกล้ามเนื้อทั้ง 3 นิ้ว (โป้ง ชี้ กลาง) เป็นหลัก เพื่อทำการกำ ที่เรียกว่า Tripod Grasp
  • ตอนกำมือ บิดข้อมือ: ต้องอาศัยการฝึกกล้ามเนื้อข้อมือให้เหยียด-งอได้ หลายมุมองศา
  • ตอนใช้ช้อนส้อม ด้วยมือสองข้างพร้อมกัน : ต้องอาศัยการฝึกการประสานงานกันของมือสองข้าง ที่เรียกว่า Bilateral Coordination
  • ตอนตักอาหารที่ตามอง (เล็งเป้า) พร้อมนำมือยื่นไป วางช้อนส้อมไว้ตรงเป้าอาหารที่ตากำหนด ต้องอาศัยการฝึกการประสานงานกันของมือและตา หรือเรียกว่า Hand-eye Coordination
  • ตอนงอแขนเพื่อส่งอาหารเข้าปาก
  • ตอนกำมือ ออกแรงให้คงที่ จะได้กำค้างได้ตลอดเวลา: ต้องอาศัยการฝึกกล้ามเนื้อมือ ให้มีแรงกำที่พอดี ที่เรียกว่า Grip strength

จะเห็นว่ากิจกรรมทั้งหมด จะต้องผ่าน ✔️ทีละขั้นตอน ✔️ทีละการเคลื่อนไหว ผู้ป่วยจึงจะสามารถตักอาหารทานเองด้วยช้อนส้อมได้ดังใจ ดังนั้นการฝึกที่ดี ต้องฝึกแยกเป็นกระบวนท่าก่อน แล้วจึงฝึกรวมเพื่อใช้ในชีวิตจริง การทานอาหารด้วยช้อนส้อมด้วยตนเองจึงจะสำเร็จได้ 😄

ความสำคัญของกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ต้องใช้งานในชีวิตประจำวัน

เมื่อทราบความสำคัญของกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ต้องใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว การฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กทั้ง

  • การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือ
  • การฝึกการประสานงานกันระหว่างมือและตา
  • การฝึกความคล่องแคล่วของมือ นิ้ว คำสั่งสมอง

แบบแยกองค์ประกอบโดยละเอียด จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถมีกำลังมือ-นิ้วมือ เคลื่อนไหวสัมพันธ์ได้คล่องแคล่วและเป็นอิสระมากที่สุดนั่นเองค่ะ

บทความโดย

หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท

สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ