คู่มือปรับบ้านเพื่อผู้ป่วยbyadmin 6 เทคนิคจัดบ้าน "เพื่อลดกลิ่นอับในห้องผู้ป่วย ผู้สูงวัย" การจัดบ้านเพื่อลดกลิ่นอับในห้องผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรมองข้าม สภาพแวดล้อมที่สะอาดและโปร่งสบายสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพานั้นมีผลดีต่อสุขภาพกายและใจของผู้ป่วยอย่างมาก การจัดบ้านอย่างถูกต้องสามารถลดการเกิดเชื้อราและแบคทีเรียสะสมในที่อับ/ทึบแดด ที่อาจทำให้ผู้ป่วยป่วยสะสมได้นอกจากนี้ การจัดบ้านให้ดูสดชื่นมีชีวิตชีวา ยังสามารถช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข มีกำลังใจที่ดีในการต่อสู้กับความเจ็บป่วยที่ประสบอยู่ด้วยค่ะ เทคนิคที่แนะนำญาติผู้ดูแลหลายๆท่านไปในการจัดบ้านเพื่อลดกลิ่นอับในห้องผู้ป่วย อากาศถ่ายเทได้ดี ติดมุ้งลวดเพื่อกันสัตว์และแมลงและเพื่อความปลอดภัยเปิดพัดลมหรือแอร์เก็บขยะภายในห้องอย่างน้อยวันละ 1 ครั้งแต่งกลิ่นให้หอมน่าอยู่อาศัยทำความสะอาดห้องสม่ำเสมอ วันนี้หมอมาแชร์เทคนิคที่แนะนำญาติผู้ดูแลหลายๆท่านไปในการจัดบ้านเพื่อลดกลิ่นอับในห้องผู้ป่วยให้ทำไปประยุกต์ใช้กันค่ะ 1. อากาศถ่ายเทได้ดี ห้องผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ ควรเน้นจัดห้องให้อากาศถ่ายเทได้ดี ระบายอากาศให้โปร่งสบาย อาจใช้วิธีการเปิดหน้าต่าง ประตูในเวลากลางวัน เพื่อรับแสงแดดอ่อนๆ รับลมสบายๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยระบายกลิ่นอับต่างๆ การรับแสงแดง ได้ยินเสียงธรรมชาติภายนอกสำหรับผู้สูงอายุยังช่วยป้องกันภาวะสับสน เพ้อ ในผู้สูงอายุได้อย่างดีเลยค่ะ 2. ติดมุ้งลวดเพื่อกันสัตว์และแมลงและเพื่อความปลอดภัย นอกจากติดเพื่อกันสัตว์และแมลง อย่าลืมใส่ใจในความปลอดภัย โดยเฉพาะในผู้ป่วยมีภาวะหลงลืม หรือความจำเสื่อม ต้องระมัดระวังผู้ป่วยที่จะลุกเดินออกจากห้อง ออกจากบริเวณบ้านไปก็เป็นสิ่งที่หมออยากขอให้ระมัดระวังด้วย 3. เปิดพัดลมหรือแอร์ เปิดพัดลมหรือแอร์เพื่อลดความร้อนและเหม็นอับ ช่วยระบายกลิ่นอับไม่พึงประสงค์ การจัดบ้านเพื่อลดกลิ่นอับในห้องผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญ สามารถลดการเกิดเชื้อราและแบคทีเรียสะสมในที่อับ/ทึบแดด และยังสามารถช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข มีกำลังใจที่ดีในการต่อสู้กับความเจ็บป่วยที่ประสบอยู่ด้วย 4. เก็บขยะภายในห้องอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง กำจัดขยะและของเสียที่ไม่ใช้แล้วให้ออกจากบ้าน อย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง ไม่ให้หมักหมมเป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ 5. แต่งกลิ่นให้หอมน่าอยู่อาศัย ใช้น้ำยาปรับอากาศหรือเครื่องหอม เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับตัวบ้าน และช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด กังวลจากความเจ็บป่วยได้หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีกลิ่นแรงเกินไปโดยเฉพาะในห้องปิด เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนได้ 6. ทำความสะอาดห้องสม่ำเสมอ กำหนดตารางทำความสะอาดห้อง เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม และหมอนของผู้ป่วยเป็นประจำโดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วยติดเตียง ที่นอนบนเตียงเป็นส่วนใหญ่ อาจมีคราบเหงื่อ สิ่งสกปรกตกค้าง เป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นและแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ 6 เทคนิคดีๆวันนี้ลองนำไปใช้กันดูนะคะ สภาพแวดล้อมที่สะอาด กลิ่นห้องที่สดชื่น ส่งผลดีต่อสุขภาพทั้งกายและใจสำหรับผู้ป่วยทุกท่านแน่นอนค่ะ บทความที่น่าสนใจ อ่านเทคนิคการปรับบ้านเพื่อผู้สูงอายุเพิ่มเติมวิธีทำความสะอาดเตียงผู้ป่วยให้หอมสะอาดอยู่เสมออุปกรณ์ตัวช่วยกำจัด “กลิ่นไม่พึงประสงค์” ที่เตียงผู้ป่วยตัวอย่าง การปรับบ้านให้เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่กำลังฝึกกายภาพ บทความโดย หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ universal designกายภาพบำบัดกายภาพบำบัดสโตรกกายภาพบำบัดโรคหลอดเลือดสมองกายภาพสโตรกบ้านผู้สูงอายุฟื้นฟูสโตรกกับหมอมิ้นท์ศูนย์ดูแลผู้ป่วยศูนย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียงศูนย์ดูแลผู้ป่วยสโตรกศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองศูนย์ดูแลผู้สูงอายุสโตรกสโตรคอัมพาตเทคนิคปรับบ้านเลือดออกในสมองเส้นเลือดสมองตีบเส้นเลือดสมองแตกโรคหลอดเลือดสมอง แนะแนวเรื่อง Previous Postผู้ป่วยจะสามารถกลับไปทานทางปากได้เหมือนเดิมหรือไม่ ? Next Postเคล็ดลับ! การจัดการเสมหะในผู้ป่วย เพื่อป้องกันปอดอักเสบ