“ภาวะเข่าแอ่น” ในคนไข้สโตรก
รู้จัก ป้องกัน และวิธีกายภาพที่ได้ผล
“ทำไมคนไข้สโตรกเดินไม่สวย บางคนเดินแล้วเข่าเหมือนแอ่นไปข้างหลัง?” คำถามนี้เป็นสิ่งที่ญาติหรือคนใกล้ชิดของผู้ป่วยสโตรกสงสัยบ่อยครั้ง ภาวะเข่าแอ่น (Hyperextension of the Knee) เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเกิดจากความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อและการควบคุมการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไปหลังสมองได้รับความเสียหาย
ภาวะนี้มักเกิดจากความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) หรือกล้ามเนื้อสะโพก ทำให้ผู้ป่วยต้องพยายามล็อกเข่าไว้เพื่อทรงตัวในขณะเดิน แต่พฤติกรรมนี้อาจส่งผลเสียในระยะยาว เช่น ข้อต่อเข่าเสื่อม เจ็บปวด และทำให้การเดินผิดปกติยิ่งขึ้น
บทความนี้หมอจะมาอธิบายให้เข้าใจสาเหตุของภาวะเข่าแอ่น วิธีป้องกัน และแนวทางการฟื้นฟูอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสโตรกสามารถเดินสวย ปลอดภัย ไม่เกิดข้อเสื่อมตามมาในอนาคตค่ะ
เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- มาทำความรู้จัก ภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
- ภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรก คืออะไร
- ภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรก จะมีอาการอย่างไร
- สาเหตุของข้อเข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรก
- สาเหตุของข้อเข่าแอ่นในผู้ป่วยทั่วไป
- ภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรก พบได้บ่อยแค่ไหน
- ผลเสียของภาวะเข่าแอ่น
- จะป้องกันภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรกได้อย่างไร (ยังไม่มีปัญหานี้)
- ยกขาสูง
- อุปกรณ์ป้องกันภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรก
- กายภาพเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่าตั้งแต่ต้น
- การกายภาพ ภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรก (พบปัญหานี้แล้ว)
- เข่าแอ่นแล้ว แก้ไขได้ไหม
- รู้ทัน แก้ไปด้วยกัน 5ท่ากายภาพบำบัด แก้ปัญหา ข้อ เข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรก [มีภาพประกอบ]
มาทำความรู้จัก ภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
ภาวะเข่าแอ่น คืออะไร
ภาวะเข่าแอ่น (knee hyperextension) คือ ภาวะที่ผู้ป่วยมีลักษณะของเข่าที่เหยียดไปทางด้านหลังมากเกินไป ในภาวะปกติแนวของเข่าจะอยู่หน้าข้อสะโพกเล็กน้อยหรืออยู่ตรงเป็นแนวเส้นเดียวกัน หากมีภาวะเข่าแอ่นเมื่อมองในมุมด้านข้างลำตัว จะพบว่าแนวของเข่าผู้ป่วยจะอยู่หลังต่อจากข้อสะโพก เกิดเป็นรูปโค้งขึ้น
ภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรก จะมีอาการอย่างไร
สังเกตได้จากท่าเดินของผู้ป่วย จะเดินลำบาก มีการสะบัดสะโพก สะบัดขาไปด้านข้าง ร่วมกับเดินตวัดเท้า และโยกตัวร่วมด้วย เพื่อยกทั้งขาขึ้น แทนการงอเข่า ซึ่งทำไม่ได้
โดยเทคนิคในการตรวจให้ชัดขึ้น สามารถทำได้โดยให้ผู้ป่วยก้าวเดินให้ดู และผู้สังเกตมองจากมุมข้าง เมื่อผู้ป่วยก้าวเดิน ยกขาข้างปกติขึ้นจากพื้น (stance phase) แล้วเหยียบพื้นด้วยขาข้างอ่อนแรงเพียงข้างเดียวจะสังเกตห็นว่าเข่าโค้งแอ่นชัดขึ้น ดังภาพ
สาเหตุของข้อ เข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรก
สำหรับในผู้ป่วยสโตรก สาเหตุของข้อ เข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรก เกิดจาก
1. ความไม่สมดุลกันของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขารอบเข่า
กล่าวคือ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (overactive quadriceps muscles) มากกว่ากล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (under-active hamstring muscles)
หากอธิบายสาเหตุให้ละเอียด เกิดจากสมองส่วนสั่งการ เมื่อได้รับบาดเจ็บจากโรคหลอดเลือดสมอง เส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก หรือสมองบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ จะสูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อไม่สมดุลกัน ในส่วนรยางค์ล่าง หรือขานั้น จะสูญเสียกำลัง การออกแรงของกล้ามเนื้อส่วนก้น/เอว/ต้นขาด้านหลังมากกว่ากล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า
ดังนั้น เมื่อต้องใช้งานกล้ามเนื้อสองมัด ในท่ายืน (ควรออกแรงกล้ามเนื้อด้านหน้า และด้านหลังเท่ากัน) ก็จะพบว่า แนวของเข่าผู้ป่วยสโตรค จะอยู่หลังต่อจากข้อสะโพก เกิดเป็นรูปโค้ง หรือภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรกนั่นเองค่ะ
2. กล้ามเนื้อข้อพับเข่าล็อค (popliteal muscle locking)
3. กล้ามเนื้อน่องตึง (tightness of gastrosoleus muscle)
4. ผู้ป่วยสูญเสียการรับรู้การเคลื่อนไหวของข้อต่อ (loss of priopioceptive sensation)
5. มีการอักเสบ ปวดที่กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า ทำให้ใช้งานลดลง ไม่อยากเหยียดเข่า
6. มีปัญหาการเท้าตก กระดกข้อเท้าไม่ขึ้น (poor Ankle Dorsiflexion)
ผู้ป่วยบางท่านอาจมีอาการเกร็งจิกข้อเท้าร่วมด้วยจากการที่ เท้าตกมานาน ส่งผลให้เอ็นร้อยหวายหดสั้น รั้งส้นเท้าทำให้งอข้อเท้าไม่ได้
เพราะนอกจากกล้ามเนื้อรอบเข่าจะอ่อนแรง ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อาจมีปัญหาเท้าตกด้วย การที่เท้าตก กระดกไม่ขึ้น ร่างกายจะมีกลไกชดเชยการเคลื่อนไหว โดยงอเข่าให้มากขึ้น เพื่อช่วยยกเท้าขึ้นจากพื้น จึงเกิดเป็นภาวะเข่าแอ่น เข่าโค้งไปด้านหลังนั่นเองค่ะ
สาเหตุของข้อ เข่าแอ่นในผู้ป่วยทั่วไป
ภาวะแข่าแอ่น เกิดได้กับคนทั่วไปได้เช่นกัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ “ปวดเข่า” ได้แม้ว่าอายุยังน้อย สาเหตุหลักๆเกิดจาก 4 ปัจจัย
สาเหตุการเกิดเข่าแอ่น
1. เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยพบว่าหลายคนเกิดมาพร้อม ข้อต่อและเอ็นที่ยืดหยุ่นสูง ยืดหยุ่นมากกว่าปกติ อาจเข้าข่ายภาวะเอ็นข้อหย่อน โดยมักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย
2. เกิดจากการใช้งาน หรือความเคยชิน เช่น ยืนแอ่นหลังหรือยืนล้อคเข่า หรือกล้ามเนื้องอสะโพกตึงจนดึงใช้กระดูก ต้นขาหมุนเข้าด้านใน
3. เคยมีประวัติเอ็นเข่าฉีกขาดมาก่อน เช่น เอ็นไขว้หน้า เป็นต้น ทำให้ความมั่นคงของเข่าน้อยลง มีเอ็นยึดข้อเข่าด้านหลังหย่อน
4. โรคข้อเรื้อรังต่างๆ เช่น ข้ออักเสบ รูมาตอยด์ เป็นต้น
ภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรก พบได้บ่อยแค่ไหน
ภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรกเป็นภาวะที่พบได้บ่อย พบได้ประมาณ 20-68% ของผู้ป่วยที่กลับมาเดินได้หลังจากเกิดสโตรก
ภาวะนี้ส่งผลต่อความเร็วในการเดิน ลดความถนัด คล่องแคล่งในการเดิน ทำให้ผู้ป่วยต้องออกแรงและใช้ความพยายาม ใช้พลังงานมากขึ้นขณะฝึกเดิน และอาจนำไปสู่อาการปวดเข่า เกิดเข่าเสื่อมตามมาในระยะยาวได้
- การรักษาและการป้องกันภาวะนี้มีความสำคัญต่อการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยสโตรก เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากภาวะเข่าแอ่นตามมา
ผลเสียของภาวะเข่าแอ่น
ภาวะแทรกซ้อนของภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรกมีหลายข้อที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความสามารถในการกลับไปกายภาพ เพิ่มความคล่องแคล่วในการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่
การบาดเจ็บของข้อเข่า ข้อสะโพก และเอ็นรอบข้าง
- ภาวะเข่าแอ่นทำให้เกิดแรงกระแทกที่ไม่สมดุลบนข้อต่อเข่า ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บของกระดูกอ่อนและเอ็นเนื้อเยื่อรอบข้าง เช่น เอ็นข้อเข่าและกล้ามเนื้อรอบเข่า และในระยะยาว อาจก่อให้เกิดปัญหา เอ็นข้อเข่าหลวม เดินแล้วเข่าพลิกบ่อยได้
อาการปวดเข่า
- ผู้ป่วยที่มีภาวะเข่าแอ่นมักจะมีอาการปวดเข่าจากการที่ข้อต่อเข่าถูกใช้งานในลักษณะที่ไม่เป็นธรรมชาติ ไม่สมดุล เสี่ยงต่อภาวะเข่าเสื่อม ข้อเสื่อมตามมา
เพิ่มความเสี่ยงต่อการล้มและการบาดเจ็บ
- ภาวะเข่าแอ่นทำให้สมดุลการเดิน การทรงตัวเสียไป ผู้ป่วยจึงมีความเสี่ยงต่อการหกล้ม การบาดเจ็บจากการล้ม เช่น กระดูกหักหรืออุบัติเหตุที่ศีรษะได้ง่าย
จะป้องกันภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรกได้อย่างไร (ยังไม่มีปัญหานี้)
1. ยกขาสูง
ปัญหาเข่าบวม ขาข้างที่อ่อนแรงบวม เป็นปัญหาที่พบได้บ่ายการยกขาสูง นับว่าเป็นวิธีง่ายๆ เพื่อลดการบวมของเนื้อเยื่อรอบเข่า และลดปัญหาข้อติดขัดสำหรับผู้ป่วยที่มีน้ำในข้อเข่ามาก เมื่อไม่มีปัญหาเข่าบวม หนัก เมื่อย ก็จะส่งผลให้เดินได้ดี ยอมฝึกเดิน และเดินได้นานขึ้น
2. ใส่อุปกรณ์ป้องกันภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรก
อุปกรณ์พยุงเข่า (knee brace/support) จะช่วยป้องกันเอ็นข้อเข่าหย่อน รวมถึงช่วยลดบวมในช่วงต้นได้
- ชนิดที่มีคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยสโตรก ได้แก่ Buffered knee orthosis, Swedish knee brace, Check knee brace
- ส่วนยี่ห้อใด ผู้ป่วยหรือญาติผู้ดูแล สามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายอุปกรณ์การแพทย์ทั่วไป บอกชื่อชนิดของอุปกรณ์ตามนี้ได้เลยค่ะ
3. กายภาพเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่าตั้งแต่ต้น
สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาการเดินน้อย การเร่งฝึกเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่าตั้งแต่ต้นจะช่วยคงมวลกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ทั้ง quadriceps muscles และ hamstring muscles ไม่ให้ผ่อ และอ่อนแรงไปจากการไม่ใช้งาน
การกายภาพ ภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรก (พบปัญหานี้แล้ว)
เข่าแอ่นแล้ว แก้ไขได้ไหม
เข่าแอ่น แก้ได้ แต่ๆๆๆ… อันดับแรก ก่อนเริ่มแก้ปัญหาภาวะเข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรก ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดก่อนว่า ปัญหาเข่าแอ่นนี้เกิดจากอะไร
- กล้ามเนื้อมัดไหนตึงเกิน ?
- กล้ามเนื้อมัดไหนอ่อนกำลังเกิน ?
- มีปัญหาการรับรู้ของข้อต่อหรือไม่* ?
- ปวดเมื่อกล้ามเนื้อต้นขาหน้าหรือมีการอักเสบเจ็บอยู่หรือเปล่า ?
- มีเท้าตก กระดกข้อเท้าไม่ขึ้นร่วมด้วยหรือไม่** ?
*ซึ่งสาเหตุข้อที่สามนี้ มักเป็นสาเหตุซ่อนเร้นที่หมอพบว่าผู้ป่วยหลายราย แม้กำลังของกล้ามเนื้อกลับมาดี กล้ามเนื้อต้นขาหน้าและหลังสมดุลกันแล้ว แต่ยังคงมีปัญหาเข่าแอ่นอยู่ แก้ไม่หาย เพราะไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาการรับความรู้สึกของข้อต่อที่เสียไปตั้งแต่ต้น
**และสาเหตุข้อที่ห้า ก็เป็นปัญหาที่พบบ่อย ควบคู่กับท่าเดินที่ผิดปกติในผู้ป่วยสโตรก ดังนั้นหากพบว่ามีปัญหานี้ นอกจากฝึกกล้ามเนื้อรอบเข่า การฝึกความแข็งแรงของข้อเท้า เพิ่มความยืดหยุ่นของเอ็นข้อเท้า ก็จะย้อนกลับมาช่วยแก้ปัญหาเข่าแอ่นนี้ได้ค่ะ
ดังนั้นการวินิจฉัยอย่างละเอียดที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางระบบประสาท สมองจึงมีส่วนช่วยให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น ผู้ป่วยไม่เสียโอกาสในการฝึก และไม่ต้องเสี่ยงต่อปัญหาแทรกซ้อนของข้อเสื่อม เข่าทรุดภายหลัง
รู้ทัน แก้ไปด้วยกัน 5ท่ากายภาพบำบัด แก้ปัญหา ข้อ เข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรก
หลักการแก้ไขภาวะข้อ เข่าแอ่นในผู้ป่วยสโตรก คือการฝึกกายภาพบำบัด เสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบเข่าและเพิ่มความมั่นคงของข้อต่อ วันนี้หมอมาแนะนำ 5 ท่าออกกำลังกาย กายภาพบำบัดที่สามารถทำได้เองที่บ้าน ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย เพื่อช่วยแก้ปัญหาข้อเข่าแอ่น
1. ฝึกยืดเหยียดเข่า
ฝึกยืดเหยียดเข่า (Knee Extension): ท่านี้เน้นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ Quadriceps ที่ต้นขาด้านหน้า เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้กับข้อต่อเข่า
ผู้ป่วยควรนั่งบนเก้าอี้และยืดขาออกไปตรงๆ ค้างไว้สักครู่แล้วปล่อยลง ทำซ้ำ 10 ครั้ง
2. ฝึกงอเข่า
ฝึกงอเข่า (Knee Flexion): ท่านี้เน้นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังต้นขาหลัง (Hamstrings)
ผู้ป่วยควรนอนหงายและงอเข่าค้างไว้แล้วค่อยๆ ปล่อยลง ทำซ้ำ 10 ครั้ง
3. ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพก
ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพก (Hip Strengthening): ท่านี้ช่วยเพิ่มความมั่นคงของข้อต่อเข่าโดยการเสริมสร้างกล้ามเนื้อสะโพก
ผู้ป่วยควรนอนตะแคงและยกขาด้านบนขึ้น ค้างไว้แล้วค่อยๆ ปล่อยลง ทำซ้ำ 10 ครั้ง
4. ฝึกความมั่นคงของแกนกลาง
ฝึกความมั่นคงของแกนกลาง (Core Stability): การเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวช่วยเพิ่มความมั่นคงและป้องกันการบาดเจ็บของข้อเข่า
ผู้ป่วยควรฝึกท่า Plank หรือท่านอนหงายและยกขาขึ้นในลักษณะ V-shape
5. ยืดเหยียดก่อนและหลังออกกำลังกายเบาๆ
ยืดเหยียดก่อนและหลังออกกำลังกายเบาๆ (Warm-up and Cool-down): ผู้ป่วยควรยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนและหลังการออกกำลังกายเสมอ เพื่อปลุกกล้ามเนื้อให้ตื่นตัวก่อนเริ่มออกกำลังที่หนักขึ้น ช่วยป้องกันการบาดเจ็บจากการฝึกและเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟู
เทคนิคการกายภาพบำบัด“ผู้ป่วยเข่าแอ่น”
ที่ศูนย์กายภาพฟื้นฟูเฉพาะทางผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง “VIVA”
ที่ศูนย์กายภาพฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองวีว่า เราใช้เทคนิคการกายภาพบำบัดที่ทันสมัย หลากหลาย และครบครันในการรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาเข่าแอ่น พร้อมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคหลอดเลือดสมอง แพทย์เวชศาตร์ฟื้นฟู ทีมนักกายภาพเฉพาะทางโรคสมองและไขสันหลัง และทีมนักกิจกรรมบำบัดเฉพาะทาง
เทคนิคการฝึกกายภาพที่เราเลือกใช้
- การประเมินความพร้อม และ เช็คปัญหาของผู้ป่วยอย่างคลอบคลุมโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคหลอดเลือดสมอง แพทย์เวชศาตร์ฟื้นฟู ทีมนักกายภาพ
- โปรแกรมการกายภาพออกแบบโดยแพทย์และนักกายภาพบำบัด มุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความแข็งแรงและปรับปรุงการเคลื่อนไหวของเข่าและกล้ามเนื้อต้นขาที่ได้รับผลกระทบ ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- การเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Strengthening) : กล้ามเนื้อน่อง ต้นขาและสะโพก
- การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (Stretching) : กล้ามเนื้อน่อง ต้นขาและสะโพก
- การฝึกการทรงตัว (Balance Training)
- การฝึกการเดินด้วยอุปกรณ์ช่วย (Gait Training with Assistive Devices)
- การใช้อุปกรณ์พยุงข้อเท้าและอุปกรณ์เสริม (Braces and Orthotics)
- การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า (Electrical Stimulation)
- วิธีการกระตุ้นด้วยไฟฟ้าสามารถใช้ในการกระตุ้นกล้ามเนื้อเฉพาะมัด โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัด Quadriceps และ VMO ที่จะอ่อนแรงเด่น ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ช่วยในการฝึกและปรับสมดุลของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของเท้า
- การบำบัดด้วยการสั่นสะเทือน (Vibration Therapy)
- การใช้เครื่องสั่นสะเทือนเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อให้ตื่นตัวและช่วยฟื้นฟูการรับรู้ตำแหน่งข้อต่อ ข้อเข่า ข้อเท้า การเคลื่อนไหวของร่างกาย มีส่วนช่วยในการควบคุมการเคลื่อนไหวและเพิ่มความมั่นคงของเข่ามากขึ้น จากงานวิจัยโดย Geerars และคณะ ตีพิมพ์ลงวารสาร Gait Posture ในปี 2021
เทคนิคลดอาการปวด
- การฝังเข็มคลายจุดปวดแบบตะวันตก (Dry Needling)
- การฝังเข็มแห้งในตำแหน่งที่พบจุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อ (trigger point) เพื่อคลายปมกล้ามเนื้อ ช่วยลดเกร็ง คลายปวด และช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ให้พร้อมต่อการฝึกมากขึ้น
- การฝังเข็มแห้งในตำแหน่งที่พบจุดกดเจ็บในกล้ามเนื้อ (trigger point) เพื่อคลายปมกล้ามเนื้อ ช่วยลดเกร็ง คลายปวด และช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ให้พร้อมต่อการฝึกมากขึ้น
- การบำบัดด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound Therapy)
- การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสร้างความร้อนลึก ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือด ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อและเพิ่มประสิทธิภาพของการบำบัดรักษา
- การใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสร้างความร้อนลึก ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือด ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อและเพิ่มประสิทธิภาพของการบำบัดรักษา
- การกระตุ้นเส้นประสาทด้วยไฟฟ้าผ่านผิวหนัง (TENS)
- อุปกรณ์ TENS จะส่งกระแสไฟฟ้าขนาดต่ำไปยังเส้นประสาทรับความรู้สึก ออกฤทธิ์ลดปวดผ่านกลไกการลดปวด Voltage gated therory เป็นอีกขั้นตอนที่ถูกใช้เพื่อช่วยลดอาการปวดของผู้ป่วยสโตรกได้อย่างดี
- อุปกรณ์ TENS จะส่งกระแสไฟฟ้าขนาดต่ำไปยังเส้นประสาทรับความรู้สึก ออกฤทธิ์ลดปวดผ่านกลไกการลดปวด Voltage gated therory เป็นอีกขั้นตอนที่ถูกใช้เพื่อช่วยลดอาการปวดของผู้ป่วยสโตรกได้อย่างดี
- การบำบัดด้วยความเย็น (Cryotherapy)
- การใช้ความเย็น ลดการอักเสบและบรรเทาปวดในเนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บ
สรุปส่งท้าย: ภาวะเข่าแอ่นในคนไข้สโตรก
ภาวะเข่าแอ่น (Hyperextension of the Knee) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งส่งผลต่อการเดิน การทรงตัว และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพเข่าในระยะยาว สาเหตุหลักมักมาจากความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ การควบคุมการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ และการปรับตัวของร่างกายเพื่อชดเชยความอ่อนแรง
แม้จะเป็นปัญหาที่ซับซ้อน แต่ภาวะนี้สามารถจัดการและฟื้นฟูได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม เช่น การทำกายภาพบำบัดที่เน้นการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การใช้เครื่องพยุงข้อเข่า หรือการฝึกทักษะการเดินอย่างถูกวิธี
สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้กำลังใจและการสนับสนุนจากครอบครัวและทีมผู้เชี่ยวชาญ การดูแลอย่างต่อเนื่องช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ดีขึ้นและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้งค่ะ
อย่าหยุดพยายาม เพราะ “ทุกความพยายามในวันนี้ คือโอกาสในการก้าวไปข้างหน้าที่ดีกว่าเสมอ”
บทความที่น่าสนใจ



แนะนำเทคนิกการฝึกกายภาพ เพื่อฟื้นฟูในผู้ป่วยสโตรก
บทความโดย
หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท
สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ

