คู่มือการทำกายภาพฟื้นฟู คู่มือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองbyadmin ผู้ป่วยปรึกษา เดินไม่ได้ ต้องฝึกอย่างไร? ผู้ป่วยรายหนึ่ง ประสบอุบัติเหตุรถชน มีเลือดออกในสมอง หลังทำการผ่าตัดเลือดคั่งในสมอง อาการคงที่ ฟื้นตัวจนคุณหมอให้กลับบ้านได้ หลังกลับบ้านพบว่าปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรง แขน ขา ไม่มีแรงดีขึ้น แต่ยังเดินเองไม่ได้ผู้ป่วยรายนี้เข้ามาปรึกษาหมอว่ายังเดินไม่ได้ จะฝึกอย่างไรดี? ลองติดตามเรื่องราวไปพร้อมกันวิเคราะห์ปัญหาของผู้ป่วยวิเคราะห์องค์ประกอบการเคลื่อนไหว(functional analysis) วิเคราะห์เป้าหมายการฝึกกายภาพบำบัดบทสรุป เพียงเชื่อมั่นว่าเราทำได้ !! วิเคราะห์ปัญหาของผู้ป่วย จากการประเมินพบว่าผู้ป่วยสามารถนั่งทรงตัวได้✔️ แต่ยังลุกเองไม่ได้✖️ จึงยังเดินไม่ได้✖️ดังนั้น “ก่อนที่จะไปเน้นการฝึกเดิน ขั้นตอนที่ถูกต้อง ที่ต้องทำให้ดีก่อนคือ การลุกยืนเอง”เป้าหมายของคนไข้รายนี้ ตอนนี้คือ “การฝึกเปลี่ยนท่า จากท่านั่งเป็นท่ายืน” เพราะสามารถนั่งทรงตัวได้แล้ว✔️ ยืนนิ่งๆเองพอได้✔️ แต่ลุกเองไม่ได้ ✖️ วิเคราะห์องค์ประกอบการเคลื่อนไหว(functional analysis) หากวิเคราะห์องค์ประกอบการเคลื่อนไหวอย่างละเอียดของการลุกขึ้นยืนในคนแข็งแรงปกติ จะพบว่า เป็นไปตามสเตปดังนี้ เริ่มจาก งอเข่า งอสะโพก ก้มตัวมาข้างหน้า เหยียดเข่าและสะโพก แล้วจึงงุ้มฝ่าเท้าลงไปกดพื้น เพื่อดันตัวขึ้นจากเก้าอี้ จึงลุกยินได้ 4 phase reprogramming sit to stand การเคลื่อนไหวเหล่านี้ เดิมทีคนแข็งแรงดี จะสามารถลุกได้เลย โดยไม่ต้องใช้สมองฉุกคิด การเคลื่อนไหวแต่ละสเตป แต่ละองค์ประกอบ ถึงจะลุกขึ้นยืนได้ เพราะว่าสมองที่เราเรียนรู้มาตั้งแต่เด็กการเคลื่อนไหวเหล่านี้ ถูกสอนมาจนสเตปการเคลื่อนไหวนั้นเป็น program อัตโนมัติไปแล้วการลุกยืนในผู้ป่วยก็เป็นสเตปเช่นเดียวกัน เพียงแต่จะมีข้อจำกัดบางประการ เช่น อาการอ่อนแรง อาการเกร็งหรือมีการรับรู้ความรู้สึกสัมผัสที่ลดลง การทรงตัวไม่ดี ที่ทำให้การฝึกฝนยากกว่าเดิม วิเคราะห์เป้าหมายการฝึกกายภาพบำบัด การจะฝึกใหม่จึงต้องทำการฝึกให้บ่อย ให้สมองจำ (ใหม่) อีกครั้ง หรือที่เรียกว่า Relearning/Reprogramming นั่นเองในผู้ป่วยโรคสมอง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ที่ขาอ่อนแรง กล้ามเนื้อที่มีหน้าที่ งอจะได้รับผลกระทบมากที่สุด จึงงอสะโพก งอเข่าลำบาก ทำให้การลุกยืน ฝึกยากมากในช่วงแรกการฝึกกายภาพบำบัดให้ตรงจุด จึงต้องเน้นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้ในสถานการณ์จริงงอเข่า (Quadriceps muscle)งอสะโพก (Iliopsoas muscle) เป็นหลักก่อนโดยการฝึกซ้ำๆให้สมองจำ (ใหม่) ร่วมกับการใช้เทคนิคการให้ฟีดแบค (Verbal and Visual Feedback)จัดท่าทาง (Manual guidance)ให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ (Relearning) ได้อย่างถูกต้อง บทสรุป การฝึกฝนด้วยเทคนิค Motor Relearning Program จำเป็นต้องอาศัยความอดทนและความพยายาม แต่หมอเชื่อว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะคุ้มค่ากับเวลาและความทุ่มเท เพียงเชื่อมั่นว่าเราทำได้ !! อย่ารอช้า! ฟื้นฟูจากโรคหลอดเลือดสมองได้เร็วขึ้น ปรึกษาทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหลอดเลือดสมองและนักกายภาพบำบัดเพื่อรับการออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล เริ่มต้นเส้นทางสู่การฟื้นฟูได้วันนี้ !! ทำไมต้องเลือกเรา ✅ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหลอดเลือดสมองที่มีประสบการณ์สูง✅นักกายภาพบำบัดมืออาชีพ: ทีมนักกายภาพบำบัดที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง✅โปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล: ออกแบบโปรแกรมให้เหมาะกับความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย✅เทคโนโลยีทันสมัย: เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อการฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ✅ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้: ผู้ป่วยจำนวนมากประสบความสำเร็จในการฟื้นฟู อย่าปล่อยให้เวลาสูญเสียไป เริ่มต้นการฟื้นฟูของคุณได้วันนี้ !! บทความที่น่าสนใจ Golden period เวลาทองของการฟื้นฟูสโตรกเกิน 6 เดือน Golden period ไปแล้ว ฝึกกายภาพยังได้ประโยชน์หรือไม่บางคนฟื้นตัวดี ทำไม่เราฟื้นตัวไม่เท่า – อย่าท้อใจในสโตรก บทความโดย หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ การดูแลผู้ป่วยการดูแลผู้สูงวัยการดูแลผู้สูงอายุฝึกเดินฟื้นฟูสโตรกกับหมอมิ้นท์รักษาโรคหลอดเลือดสมองศูนย์ดูแลผู้ป่วยศูนย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียงศูนย์ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมศูนย์ดูแลผู้ป่วยสโตรกศูนย์ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองศูนย์ดูแลผู้สูงอายุสมองเสื่อมสโตรกสโตรคอัมพาตอัลไซเมอร์เดินดีโรคหลอดเลือดสมอง แนะแนวเรื่อง Previous Postเทคนิคฟื้นฟูร่างกายหลังสโตรกด้วย “Motor relearning program” Next Postเซ็นเช็คได้ เขียนชื่อสวย ลากเส้นตรง