ทำอย่างไร ให้ผู้สูงวัย"ยังคง"จัดยาทานได้เอง
บ้านไหนมีผู้สูงอายุ คงมีเรื่องปวดหัวเกี่ยวกับการทานยากันไม่น้อย คนสูงอายุบางทีก็ดื้อค่ะ ลดยาเพิ่มยาเอง หมอบอกให้กินเช้าครึ่งเม็ด เย็นครึ่งเม็ด ก็รวบกินมันสะเลย เป็นมื้อเช้าหนึ่งเม็ด มีญาติมาบ่นเรื่องน่ารักๆเหล่านี้ให้หมอฟังประจำๆ แต่คนที่เจอทุกวัน ประจำทุกเช้า ก็ต้องเครียดไปตามๆกัน ส่วนหมอเองก็แอบเครียดแทนผู้ดูแลค่ะ เพราะการทานยาไม่ตรงตามคำแนะนำของแพทย์อาจก่อผลเสียร้ายแรงได้นะคะ
วันนี้หมอขอแนะนำ…เคล็ดลับว่าทำอย่างไรให้คนไข้ยังสามารถจัดยาได้ ทานยาเอง อย่างปลอดภัยค่ะ
เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
- รู้จักพฤติกรรมการใช้ยาของผู้ป่วย-ผู้สูงอายุ
- 6 สาเหตุ ทำไมผู้ป่วยมัก “ไม่ทานยาตามแพทย์สั่ง”
- 6 เคล็ด(ไม่)ลับ ทำอย่างไร ให้ผู้สูงวัย ยังคง จัดยาทานได้เอง
รู้จักพฤติกรรมการใช้ยาของผู้ป่วย-ผู้สูงอายุ
ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจนิสัยการใช้ยาของผู้ป่วย-ผู้สูงอายุกันก่อน จะได้เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำอย่างนั้น
ชอบซื้อยารับประทานเอง
- ในประเทศไทย ผู้สูงอายุมักซื้อยาชุดหรือยาลูกกลอนจากร้านขายยา โดยคิดว่าเป็นสมุนไพรบำรุงสุขภาพและปลอดภัย แต่ยาเหล่านี้มักมีส่วนผสมสเตียรอยด์ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาในระยะยาว เช่น กระดูกพรุน ต่อมหมวกไตฝ่อ และความดันโลหิตสูงได้
ไม่ชอบมาหาหมอ
- ผู้สูงอายุมักหลีกเลี่ยงการพบแพทย์เนื่องจากกลัวรบกวนคนใกล้ชิด เสียเวลา ค่าใช้จ่าย และการคมนาคมไม่สะดวก ต้องรอคิวนาน จึงชอบให้ญาติไปขอรับยาแทน ทำให้การติดตามการรักษาไม่ต่อเนื่อง
ไม่รับประทานยาตามแพทย์สั่ง
- ผู้ป่วยสูงอายุใช้ยาผิดพลาดด้วยเหตุผลหลายประการ ได้แก่
- วิธีใช้ยายุ่งยาก
- หยุดยาเองเพราะมีผลข้างเคียง โดยไม่แจ้งแพทย์
- สายตาไม่ดี หลงลืม หรืออ่านฉลากยาไม่ชัดเจน
- ทัศนคติต่อยา ไม่อยากใช้ยามากๆ กลัวจะทำให้ตับและไตวาย
- ยึดติดกับวิธีใช้ยาแบบเก่า
- ชอบเก็บสะสมยา
การเข้าใจ ใส่ใจ และพูดคุยกันให้ผู้สูงอายุเห็นคววามสำคัญของการใช้ยาให้ถูกวิธีตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ยาอย่างปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดีขึ้น
6 สาเหตุ ทำไมผู้ป่วยมัก "ไม่ทานยาตามแพทย์สั่ง"
ทำไมผู้ป่วยมัก “ไม่ทานยาตามแพทย์สั่ง”?
การไม่ปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์เกี่ยวกับการใช้ยาเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ขาดความเข้าใจเรื่องยา ลืมทานยา ผลข้างเคียงของยา ราคายาที่สูง ความเชื่อส่วนตัว และขาดกำลังใจจากคนรอบข้าง ซึ่งล้วนส่งผลต่อการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้เรามาวิเคราะห์กันจะได้ “จัดยาได้ ทานยาเอง อย่างปลอดภัยค่ะ”
วิธีใช้ยายุ่งยาก
- ผู้ป่วยไม่เข้าใจวิธีการใช้ยาที่ซับซ้อน กินวันเว้นวัน โดยเฉพาะปัญหาการใช้ยาละลายลิ่มเลือดวาร์ฟารินที่หมอโรคสมองและหมอหัวใจพบเป็นอาจิณ เนื่องจาก ยามีหลายขนาด หลายสี แต่ละวันกินสีต่างกันไป บางทีหมอปรับยาเองยังงง คนสูงอายุงง ก็คงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เลยค่ะ
หยุดยาเองเพราะมีผลข้างเคียง โดยไม่แจ้งแพทย์
- หลายครั้งคนไข้มาพบหมอที่คลินิก บอกว่าหยุดยามาสักพักแล้วเหตุผลคือ ทานแล้วมีอาการผิดปกติ จึงหยุดไปเอง เหตุการณ์ดังกล่าวต้องระวังอย่างมาก และคงต้องกลับมาพิจารณาว่า อาการนั้นสัมพันธ์ เป็นผลข้างเคียงจากยาจริงที่แพทย์ต้องเปลี่ยนยา หรือเป็นผลจากเหตุอื่น/ยาตัวอื่นกันแน่ การหาสาเหตุและปรึกษาให้เข้าใจจึงมีส่วนสำคัญมากให้คนไข้และผู้ดูแลสามารถใช้ยาได้อย่างปลอดภัยและแฮปปี้ ไร้ความกังวลค่ะ
สายตาไม่ดี หลงลืม หรืออ่านฉลากยาไม่ชัดเจน
- เป็นปัญหาที่พบบ่อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียว หรืออยู่กันสองคนตายาย สายตาฝ้าฟางกันทั้งคู่
ทัศนคติต่อยา
- ผู้สูงอายุมักกลัวว่าการใช้ยามากๆ จะทำให้ตับและไตวาย ทำให้ลดยาเอง ทานบ้างไม่ทานบ้าง ที่พบบ่อยเช่นยาลดความดัน ยาลดไขมัน เป็นต้น หรือบางท่าน อาจเพิ่มปริมาณยาด้วยตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มยาแก้ปวด ยานอนหลับ เป็นต้น
ยึดติดกับวิธีใช้ยาแบบเก่า
- ยาหลายชนิดที่ต้องปรับเปลี่ยนตามตัวโรค เพื่อควบคุมอาการและป้องกันโรคให้ดีขึ้น ตามอาการของผู้ป่วย เช่น ยาความดัน เดิมอาจทานเต็มหนึ่งเม็ด เมื่อความดันเริ่มต่ำลง แพทย์อาจพิจารณาปรับลดยาเหลือเพียงครึ่งเม็ด เวลาเดิม ผู้ป่วยสูงวัยบางท่าน จะไม่สามารถจดจำวิธีการใช้ยาแบบใหม่ได้ จึงทำให้การใช้ยาผิดพลาดไปจากคำแนะนำของแพทย์แบบไม่ตั้งใจ
ชอบเก็บสะสมยา
- ผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรังมักเก็บสะสมยาที่ใช้ไม่หมดไว้ และใช้ยาเดิมเมื่อเจ็บป่วยครั้งต่อไป ซึ่งอาจเป็นอันตรายหากยาหมดอายุแล้ว อาจได้ผลข้างเคียงของยา โดยไม่ได้ประโยชน์ของยาเลยก็เป็นได้
การเข้าใจ ใส่ใจ และพูดคุยกันให้ผู้สูงอายุเห็นคววามสำคัญของการใช้ยาให้ถูกวิธีตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ยาอย่างปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดีขึ้น
6 เคล็ด(ไม่)ลับ ทำอย่างไร ให้ผู้สูงวัย ยังคง จัดยาทานได้เอง
การจัดยาด้วยตนเองของผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง จัดเป็นความสามารถในการดูแลตนเองอย่างหนึ่งของผู้ป่วยค่ะ ผู้สูงอายุบางท่านมีความภูมิใจ ที่ยังดูแลตนเองตรงจุดนี้ได้ แบ่งเบาภาระลูกหลาน จึงไม่อยากไหว้วานลูกหลานทุกเรื่องไป
วันนี้หมอมีคำแนะนำดีๆ ให้แฮปปี้กันทั้งสองฝ่ายมาฝากค่ะ
- ไปหาหมอพร้อมกันทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล เพื่อรับฟังคำแนะนำ ข้อบ่งชี้ในการใช้ยา เปลี่ยนตัวยา พร้อมๆกัน จะได้ไม่ต้องกลับบ้านไปลังเลใจว่า ผู้สูงอายุท่านใช้ยา ตามที่แพทย์สั่งหรือไม่ เพราะฟังมาพร้อมกัน เข้าใจพร้อมกันทั้งสองคนแล้ว
- ใช้เครื่องมือช่วยเตือน อาจลองใช้กล่องยาที่มีการจัดแบ่งเป็นช่องสำหรับแต่ละมื้อ แต่ละวัน หรือแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ การตั้งเตือนในปฏิทิน หรือใช้เครื่องจ่ายยาอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุจำเวลาทานยาได้ง่ายขึ้น
- ทิ้งยาที่หมดอายุหรือไม่ใช้แล้ว เพื่อช่วยลดความสับสนและความเสี่ยงของปฏิกิริยาระหว่างยา ควรจัดการทิ้งยาที่หมดอายุหรือยาที่ไม่ได้ใช้แล้วออกจากบ้าน
- เก็บยาที่มีความเสี่ยงสูงในที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการใช้ยาผิดหรือการรับประทานยาเกินขนาด เช่น ยานอนหลับ ยาแก้แพ้ ยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์กัดกระเพาะ เป็นต้น
- ผู้สูงอายุบางคนอาจเก็บสะสมยา แบ่งใช้ยาจากผู้อื่น โดยเฉพาะคู่สามีภรรยา บางทีมาบอกหมอว่า ยืมยากันใช้ สามารถทำได้ แต่ทางที่ดี ไม่แนะนำนะคะ แบ่งลิ้นชักเก็บยากันไปเลยค่ะ ถึงแม้ว่าจะอยู่ห้องเดียวกัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการแพ้ยา การมีปฏิกิริยาระหว่างยา การติดยา และการรับประทานยาเกินขนาด
- เน้นย้ำความสำคัญของการทานยาตามที่แพทย์สั่ง ห้ามเพิ่มขนาดยาหรือความถี่ในการทานเอง หากยาที่ใช้อยู่ไม่ให้ผลลัพธ์ที่คาดหวัง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ
ถึงแม้ว่าการเสื่อมถอยเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ก็มีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่ยังสามารถรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง และทำงานได้ดีกว่าผู้สูงอายุวัยเดียวกัน
ดังนั้นหากผู้สูงอายุมั่นใจว่า จัดยาเองได้ & ผู้ดูแล คอนเฟิร์มว่า ผู้สูงอายุ จัดและทานยาเองได้ ก็สามารถให้ท่านช่วยตัวเองในเรื่องการบริหารยาตามคำแนะนำของแพทย์ได้นะคะ แม้ว่าอายุเยอะแล้วก็ตาม
บทความที่น่าสนใจ
บทความโดย
หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท
สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ




