คนไข้สโตรกทานยาละลายลิ่มเลือด บริจาคเลือดได้ไหม
ในคนไข้โรคหลอดเลือดสมองตีบ ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด หรือยาต้านเกล็ดเลือดอยู่ ไม่แนะนำให้บริจาคเลือด เนื่องจากส่งผลต่อคนไข้และผู้ได้รับเลือดค่ะ
ชนิดของยาที่มีผลต่อการบริจาคเลือดและระยะเวลาในการงดบริจาค
- คนไข้ที่ทานยาต้านเกล็ดเลือดอยู่
- คนไข้ที่ทานยายาละลายลิ่มเลือดอยู่
จากข้อมูลของฝ่ายธนาคารเลือด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หมอสรุปให้ดังนี้ค่ะ
คนไข้ที่ทานยาต้านเกล็ดเลือดอยู่
เนื่องจาก ยาแอสไพรินมีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือดในเลือดที่บริจาคไป
สำหรับคนไข้ที่ทานยาแอสไพริน (Aspirin) ยาโคลพิโดเกรล (Clopidogrel) ยาซิลอสตาซอล (Cilostazol)
การบริจาคเลือด คนไข้จะต้องหยุดยาต้านเกล็ดเลือด 2 วันล่วงหน้าก่อนการบริจาค
**แต่การหยุดยาต้านเกล็ดเลือด จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการกลับเป็นซ้ำของโรคหลอดเลือดสมอง สโตรกซ้ำได้ >> ดังนั้น หมอจึงไม่แนะนำให้หยุดยาเพื่อบริจาคเลือดค่ะ**
เนื่องจากยาเหล่านี้ทำให้เลือดไม่แข็งตัว สำหรับคนไข้ที่ทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือเรียกอีกชื่อคือ ยาละลายลิ่มเลือด เช่น
- ยา Warfarin
- ยาละลายลิ่มเลือดกลุ่มใหม่
- ยาละลายลิ่มเลือดแบบฉีด เช่น ได้รับยาฉีด Heparin หรือยา Enoxaparin
การบริจาคเลือด คนไข้จะต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือด ล่วงหน้าก่อนบริจาค เป็นระยะเวลา 7 วัน
โดยสรุปคือ สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยสโตรก หมอแนะนำให้ทำกุศลทางอื่นแทน เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและผู้รับเลือดนะคะ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
หากมีข้อสงสัยอื่นๆเกี่ยวกับโรคสโตรก สอบถามคลินิกโรคหลอดเลือดสมองเราได้เพื่อรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการดูเเลโรคสโตรก
บทความโดย
หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท
สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ

