เมื่อความเศร้า กลายเป็นความเข้าใจ

คนในครอบครัวจะรับมืออย่างไรเมื่อผู้ป่วยสมองเสื่อม “เมื่อความเจ็บป่วยของคนในครอบครัว กลายเป็นโรคของคนในครอบครัว”

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

  • บทสัมภาษณ์ของภรรยาบรูซ วิลลิส
  • โรคสมองส่วนหน้าเสื่อม คืออะไร
  • ความผิดปกติด้านการสื่อสาร อะฟาเซีย
  • แท้จริงแล้วเกิดจากอะไร​
  • คำแนะนำในการรับมือ

บทสัมภาษณ์ของภรรยาบรูซ วิลลิส

คำพูดที่เเฝงไปด้วยความหมายลึกๆภายใน ทิ้งไว้ให้เราได้คิดกัน จากบทสัมภาษณ์ของภรรยาบรูซ วิลลิส ที่ได้กล่าวไว้ในรายการ The today show เมื่อปี 2023

ถ้าย้อนกลับไปตลอดช่วงระยะเวลาเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา คงไม่มีใครไม่รู้จัก เจ้าของรางวัลลูกโลกทองคำ เเละรางวัลเอมมีส์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคทศวรรษที่ 1980 เเละได้ฝากผลงานไว้อีกมากมายตลอด 40 ปี “ บรูซ วิลลิส ” ไม่ว่าจะเป็น die hard ภาพยนตร์เเอ็กชั่นสุดมันระดับตำนาน ที่ออกฉายภาคเเรกในปี 1988 ซึ่งถือเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญจากเเนวบทคอมเมดี้ กลายเป็นเเนว action ทำให้ทุกคนจำจดได้เค้าได้ เเบบที่ไม่มีวันลืม นอกเหนือจากเรื่องความสามารถของเค้าเเล้ว เมื่อไม่นานมานี้เราคงได้ทราบเรื่องราวอาการเจ็บป่วยของบรูซ วิลลิส กับโรคสมองส่วนหน้าเสื่อม ภาวะที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบรุนเเรง จนทำให้เค้าต้องยุติบทบาทในฐานะนักเเสดงไปตลอดกาล

โรคสมองส่วนหน้าเสื่อม คืออะไร

ถ้าพูดถึง โรคสมองส่วนหน้าเสื่อม หลายคนคงพอคุ้นหูหลังจากที่ภาวะนี้เกิดขึ้นกับดาราในดวงใจของใครหลายๆคน “โรคสมองส่วนหน้าเสื่อม (frontotemporal dementia ) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งคือ Pick’s disease”

ภาวะสมองส่วนหน้าเสื่อม คือการเสื่อมสลายของเซลล์ประสาทบริเวณสมองส่วนหน้า (frontal lobe)เเละส่วนขมับ (temporal lobe) ที่เรียกว่าสมองส่วนหน้าเสื่อม เป็นเพราะอาการเเสดงของผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะมีการเเสดงออกในเรื่องของพฤติกรรมที่เปลี่ยนเเปลงไป ไม่ว่าจะเป็นในเเง่การเเก้ปัญหา การวางเเผน การควบคุมอารมณ์ เเละการเเสดงออกทางอารมณ์ ซึ่งสมองส่วนที่ควบคุมการทำกิจกรรมเหล่านี้ คือสมองส่วนหน้าของเรานั้นเอง

จริงๆเเล้ว โรคสมองส่วนหน้าเสื่อม ประกอบได้ด้วยสมองสองส่วนหลักๆที่เกี่ยวข้อง

อันดับเเรก ส่วนของสมองส่วนหน้า (frontal lobes) โดยจะอยู่บริเวณหน้าผาก ทำหน้าที่ควบคุมพฤติกรรม การเเก้ปัญหา การควบคุมอารมณ์ ร่วมไปถึงการเเสดงออกทางอารมณ์ นอกจากนี้สมองส่วนหน้าซีกซ้ายของคนเราจะควบคุมการพูดด้วย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม บรูซ วิลลิส ถึงมีปัญหาทางด้านการพูด ที่เรียกร่วมๆว่า อะฟาเซีย (aphasia)

ความผิดปกติด้านการสื่อสาร อะฟาเซีย

ถ้าจะให้เเบ่งลึกลงไปอีก ที่จริงเเล้ว aphasia ยังสามารถเเบ่งย่อยลงไปได้อีก โดยเเบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก

กลุ่มเเรกคือผู้ป่วยจะมีความผิดปกติในการสั่งการด้วยภาษา (Motor aphasia) ไม่ว่าจะเป็นพูดไม่ออก เขียนไม่ได้ หรือเเม้กระทั่งเรียกชื่อสิ่งของไม่ถูก

กลุ่มที่สองคือมีความผิดปกติในการเข้าใจภาษา (Sensory aphasia) คนไข้อาจเเสดงอาการ ฟังไม่เข้าใจในสิ่งที่เราพยายามพูด หรืออ่านไม่เข้าใจ ทั้งๆที่อาจจะเป็นหนังสือเล่มเดิมที่เค้าเคยอ่านเเล้วก็ตาม

กลุ่มสุดท้าย คือผู้ป่วยจะมีความผิดปกติทั้งการสั่งการด้วยภาษาเเละความเข้าใจภาษา (Global aphasia) ทำให้ผู้ป่วยในกลุ่มนี้ มักจะเฉยเมยเเละเงียบเป็นส่วนใหญ่ อันที่สองคือ สมองด้านข้างบริเวณใกล้ขมับ (temporal lobes)

นอกจากนี้ในส่วนของขมับด้านซ้าย จะทำหน้าที่ตีความหมายคำ เเละชื่อของสิ่งของ ในขณะที่ ขมับด้านขวา ทำหน้าที่ควบคุมการจดจำใบหน้า

แท้จริงแล้วเกิดจากอะไร

เพราะเมื่อเป็นความเสื่อมของสมอง ที่เกิดจากการสะสมของโปรตีนผิดปกติในสมอง โดยอาจมีการสร้างโปรตีนที่ผิดปกติมากเกินไป หรือกลไกของร่างกายไม่สามารถกำจัดได้ทัน ท้ายที่สุดเซลล์สมองเสียหายเเละเกิดสมองฝ่อตามมา 

คำแนะนำในการรับมือ

อาการเเสดงของตัวโรคมักเเย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป ขณะเดียวกันการวินิจฉัยที่ถูกต้องก็ไม่ได้ทำได้ให้ความเจ็บปวดจากตัวโรคลดลง ดังนั้นการเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เข้าใจในการดำเนินของโรค ยอมรับ เเละปรับตัว อาจทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น 

เหนือสิ่งอื่นใดคือการละสายตาจากความโศกเศร้าเเละเสียใจ เพื่อที่จะได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเรามีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ อาจเป็นสิ่งที่ตัวผู้ป่วยเองต้องการอย่างเเท้จริง

บทความโดย

หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท

สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ “VIVA Wellness” หรือทางไลน์ “VIVA Wellness” นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ

ยินดีให้คำปรึกษาฟรี

นัดปรึกษาปัญหาการฟื้นตัวกับหมอมิ้นท์

โทร 092-828-6888 หรือแอดไลน์ @vivawellness