“พูดไม่ได้ ฟังคนอื่นไม่เข้าใจ”
จะสื่อสารอย่างไรเมื่อคนไข้ติดเตียง?
หลายครั้งที่ญาติผู้ป่วยมาปรึกษาหมอว่า สื่อสารกับคนไข้ไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร “บางครั้งจู่ๆคุณแม่ก็ฉุนเฉียว บางครั้งร้องไห้ แต่เค้าพูดไม่ได้ เราก็ไม่รู้ว่าเค้าต้องการอะไร เจ็บปวดตรงไหนหรือเปล่า…ท้อใจเหลือเกิน” คำบอกเล่าจากญาติผู้ป่วยที่ต้องประสบปัญหาการดูแลมานานนับปี
ปัจจุบันในสังคมสูงวัย ลูกหลานผู้ดูแลผู้สูงอายุ ต้องเจอกับปัญหาการสื่อสารเหล่านี้มากขึ้น ผู้สูงวัยบางท่านเป็นสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ บางท่านเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง สโตรก อาจเคยเป็นเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ที่มีปัญหาด้านการสื่อสาร
หลังจากนั้น มีผลกระทบจากสโตรกคือ “พูดไม่ได้ ฟังคนอื่นไม่เข้าใจ” ปัญหาใหญ่ สะสมมานานอย่างนี้ เราจะทำอย่างไรดี? จะแก้ไข ป้องกันอย่างไร?
ใครที่กำลังเจอปัญหานี้ ตามมาอ่านบทสัมภาษณ์คุณหมอ”เทคนิคการดูแลเข้าใจคนไข้ติดเตียง”กันเลยค่ะ
10 เทคนิคการสื่อสารสำหรับคนไข้ “พูดไม่ได้ ฟังคนอื่นไม่เข้าใจ”
- จับความสนใจผู้สูงวัยก่อน
- ปิดเสียงทีวี วิทยุที่เปิดอยู่
- พูดทำนองเสียงปกติ
- พูดคำง่ายๆ สั้นๆ ได้ใจความ
- อย่าพูดตัดบทผู้สูงวัย
- อย่าพูดดูหมิ่น ดูถูกใจกัน
- ลองใช้วิธีทดแทน
- สื่อสารด้วย yes-no question
- อย่าปิดโอกาสการเข้าสังคมของคนไข้
- อย่าปกป้องมากเกินไป



จับความสนใจผู้สูงวัยก่อน
- ก่อนจะคุยกับท่าน อย่าลืมกระตุ้นความสนใจกันก่อน หากท่านหลับอยู่ อาจปลุก หรือเลี่ยงไปคุยกับช่วงอื่นนะคะ
ปิดเสียงทีวี วิทยุที่เปิดอยู่
- เพราะการแยกประสาทหูของผู้สูงวัยนั้น ทำได้ไม่ดีเท่าหนุ่มสาว การลดเสียงรบกวนจะช่วยให้ท่านฟังเราเข้าใจ จับใจความที่เราต้องการสื่อสารได้ดีขึ้น
พูดทำนองเสียงปกติ
- โทนเสียงที่พูด อย่าสูงไป หรือ ต่ำไป และต้องพูดเสียงดังชัดเจน
พูดคำง่ายๆ สั้นๆ ได้ใจความ
- ลองพูดคำง่ายๆ สั้นๆ ได้ใจความ กระชับ แต่ไม่ห้วนเกินไป
- ในประโยคหนึ่ง ควรมีใจความที่ต้องการสื่อแค่ หนึ่งเดียว อย่ารวมประโยคเพราะผู้สูงอายุจะจับใจความยากค่ะ
อย่าพูดตัดบทผู้สูงวัย
- การสื่อสารระหว่างคนต่างวัยนั้น มีจุดที่น่าสนใจคือ ความเร็วในการพูด ระหว่างคนสองกลุ่มอายุนั้น แตกต่างกัน
- หากผู้สูงวัยพูดได้ช้า คิดคำพูดนาน คนฟังก็ต้องใจเย็น ทิ้งช่วงเวลาให้ท่านพูด สิ่งที่คิด สิ่งที่อยากจะพูดให้จบก่อน ค่อยพูดแทรก หรือเสริมค่ะ
อย่าพูดดูหมิ่น ดูถูกใจกัน
- คนไข้บางท่าน มีปัญหาด้านการสื่อสาร คนจะพูดด้วย ก็ยิ่งพูดยิ่งอารณ์เสีย จนเริ่มมีน้ำเสียงทำนองว่า “ทำไมแค่นี้ไม่เข้าใจ” ซึ่งเป็นคำพูดที่ทำร้านจิตใจผู้สูงอายุ ไม่ควรทำนะคะ
ลองใช้วิธีทดแทน
- หากไม่สามารถสื่อสารกันได้ด้วยคำพูด ก็ใช้วิธีเขียน วาด หรือ ชี้บอกความต้องการแทนค่ะ
สื่อสารด้วย yes-no question
- การสื่อสารที่ง่าย และใช้ความพยายามน้อย สำหรับทั้งสองฝ่าย ที่หมออยากแนะนำคือการใช้ ช้อยส์ ตัวเลือกให้เขาตอบค่ะ ถามด้วยประโยคปลายปิด ว่า
- เอา-ไม่เอา
- ใช่-ไม่ใช่
ในบางสถานการณ์จะช่วยให้เข้าใจความต้องการกันง่ายขึ้นทั้งสองฝ่ายค่ะ ลองนำไปใช้ดูบางโอกาสนะคะ
อย่าปิดโอกาสการเข้าสังคมของคนไข้
- ผู้สูงวัยก็ต้องการสังคม ต้องการเพื่อน คนคอยรับฟังความต้องการของเขาเช่นกัน
- อย่าลืมว่าเขายังมีหัวใจ ยังมีสมองที่สามารถตัดสินใจ และมีความต้องการของตนเองอยู่
- ดังนั้น อย่าปิดกั้นโอกาสการสนทนาของผู้สูงวัยจากการที่เขาพูดได้ช้า พูดผิดๆถูกๆ คิดคำพูดนาน
อย่าปกป้องมากเกินไป
- ในผู้สูงวัยที่ยังช่วยเหลือตนเองได้ แม้ไม่สมบูรณ์ดังเดิม อย่าลลืม สนับสนุนให้เขาใช้ชีวิตอย่างอิสระด้วยตนเอง ให้มากเท่าที่เขาจะทำได้ และเราลูกหลาน ก็คอยเฝ้าระวังอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ก็พอค่ะ
กลุ่มผู้ป่วยอะเฟเซีย หรือผู้ที่ปัญหาด้านการสื่อความจากสมองที่เสียหาย (ส่วนมากมักเป็นสมองซีกซ้ายที่ควบคุมด้านภาษาค่ะ) บางท่านสามารถชี้ จิ้ม เลือกตัวเลือกความต้องการได้ บางท่านสามารถวาด เขียนความต้องการได้ อาจลองใช้วิธีทดแทนเหล่านี้ดูนะคะ
“ปัญหาที่ดูคล้ายกัน แต่อย่าลืมว่าไม่มีผู้สูงวัย คนไข้คนไหนที่เหมือนกันทุกประการค่ะ” ทั้งความรุนแรงของโรค ทักษะการพูด การสื่อสารเดิม หรือบุคลิกภาพ พื้นเพอารมณ์
- บางท่านขี้น้อยใจ
- บางท่านเงียบแต่โกรธลึก
- บางท่านโมโหง่าย
การยอมรับปัญหาและทำความเข้าใจคนไข้ ว่าเป็นเพราะโรค เป็นเพราะความเสื่อมตามวัย เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ผู้ดูแลใจเย็นลง เข้าใจกัน ดูแลกันในครอบครัวได้อย่างมีความสุขที่สุดค่ะ
อ้างอิงข้อมูลและเทคนิคการดูแลปัญหาการสื่อสารในผู้สูงวัย ผู้ป่วยสโตรกจาก American National Aphasia Association



บทความโดย
หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท
สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ

