หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว กายภาพอย่างไรให้หายเป็นปกติได้ 100%?

ใบหน้าและมุมปากไม่สมดุล ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไม่ได้! วันนี้หมอมาแชร์ กายภาพบำบัดแบบไหนช่วยให้เห็นผลชัด? พร้อมบอกเทคนิคกายภาพบำบัดเฉพาะทางช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อใบหน้าได้จริงที่หลายคนมองข้าม!

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

  • โปรแกรมการกายภาพสำหรับโรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก มีองค์ประกอบการฝึกอะไรบ้าง
  • ควรเริ่มกายภาพเร็วแค่ไหน
  • อาการข้างเคียงที่ต้องระวัง ในผู้ป่วยโรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s Palsy)
  • เทคนิคการกายภาพหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว ให้หายเป็นปกติได้ดีที่สุด
    • โปรแกรมการฟื้นฟูกล้ามเนื้อใบหน้าเฉพาะบุคคล
    • การกายภาพที่ VIVA ศูนย์กายภาพฟื้นฟูผู้ป่วยโรคสมองเฉพาะทาง

โปรแกรมการกายภาพสำหรับโรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก
มีองค์ประกอบการฝึกอะไรบ้าง

โปรแกรมการกายภาพสำหรับโรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s Palsy) ที่ดีจะต้องมี

  • การนวดกล้ามเนื้อใบหน้า: เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อใบหน้า
  • การยืดกล้ามเนื้อ: เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อหดสั้นหรือรั้งตึงในช่วงที่ไม่ได้เคลื่อนไหวใบหน้า
  • การออกกำลังกายใบหน้า: เพื่อช่วยให้เส้นประสาทใบหน้าเรียนรู้และคลื่อนไหวใบหน้าได้สมดุล
  • การผ่อนคลาย: เส้นประสาทใบหน้าและกล้ามเนื้ออาจโดยการนวดหรือการประคบอุ่น
  • การฝึกควบคุมการเคลื่อนไหว: เพื่อลดการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อใบหน้าอัตโนมัติหรือไม่พึงประสงค์
  • การกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าด้วยไฟฟ้า: เพื่อป้องกันการฝ่อเหี่ยวของกล้ามเนื้อใบหน้า

ควรเริ่มกายภาพเร็วแค่ไหน

ในช่วงแรกหมอจะไม่แนะนำให้คนไข้ฝึกเคลื่อนไหวใบหน้าอย่างหนัก เนื่องจากกล้ามเนื้อใบหน้ายังอ่อนแรงอยู่ ช่วงนี้คนไข้จะได้รับยาสเตียรอยด์ขนาดสูงแบบรับประทานเพื่อลดการอักเสบของเส้นประสาทใบหน้า ซึ่งเริ่มเร็วที่สุด ภายใน 3วันแรกจะมีประโยชน์สูงสุด

การเริ่มฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อ โทนการเคลื่อนไหวจะต้องมีความแข็งแรงมากพอก่อนถึงควรเริ่มการฝึก ฝึกหนักไป เร็วไปก็ไม่ดี อาจส่งผลให้สมองเรียนรู้การส่งคำสั่งออกมาสู่ใบหน้า ผิดรุปแบบได้!!

เนื่องจาก การฝึกออกกำลังกายใบหน้าอย่างหนัก ความตั้งใจที่จะเริ่มการเคลื่อนไหวมากๆ จะเป็นการกระตุ้นให้สมองส่งคำสั่ง ลงมาสู่เส้นประสาทใบหน้า ที่มากเกินไป สมองจะเรียนรู้และจดจำการออกคำสั่งนี้

เมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าเริ่มกลับแข็งแรงมากขึ้น (ไม่ต้องใช้กำลังมากๆในการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อแล้ว = ต้องการคำสั่งที่เบาลง ) คนไข้ที่ได้รับการฝึกอย่างหนัก ไปตั้งแต่แรก จะยังคงออกแรงมากอยู่ (ออกแรงมาก ตามที่เคยได้รับการฝึกไปก่อนหน้านี้) จึงได้ผลลัพธ์ที่มีการเคลื่อนไหวใบหน้าที่มากเกินพอดี เกิดใบหน้ากระตุก หรือ แสดงออกสีหน้าแบบหนึ่งแต่กล้ามเนื้อใบหน้าอีกส่วนหนึ่งขยับตาม (abnormal co ordination and motor control)

  • การฝึกเคลื่อนไหวควรเริ่มจากเบาไปหนัก ไม่ให้กล้ามเนื้อล้า กล้ามเนื้อตึงไป หรือเกิดการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อในส่วนที่ไม่ตั้งใจร่วมด้วย
  • การฝึกควรทำอย่างสม่ำเสมอ เป็นประจำทุกวัน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการฟื้นฟู
  • ระยะเวลาในการรักษา อาจใช้เวลาหลักหลายเดือน แต่ความมุ่งมั่นในการฝึกจะช่วยให้กล้ามเนื้อกลับมาใช้งานได้ดี ไม่อ่อนแรง และไม่มีภาวะแทรกซ้อนของการเคลื่อนไหวใบหน้าผิดปกติ ใบหน้ากระตุก เป็นต้น

ดังนั้น คำตอบของคำถามที่ว่าเริ่มกายภาพเมื่อไหร่ดีนั้น ไม่มีระยะเวลากำหนดตายตัว ขึ้นอยู่กับสาเหตุของใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก ความรุนแรงของตัวโรค และการตอบสนองของกล้ามเนื้อว่าเริ่มกลับมาขยับได้หรือยังค่ะ

อาการข้างเคียงที่ต้องระวังในผู้ป่วยโรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell's Palsy)

อาการของโรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s palsy) แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และอาการข้างเคียงที่พบได้ในผู้ป่วยบางรายนั้นก็แตกต่างกันไป ที่อาจพบได้มีดังนี้

การขยับของกล้ามเนื้อใบหน้ามัดอื่นโดยไม่ตั้งใจ

การขยับของกล้ามเนื้อใบหน้ามัดอื่นโดยไม่ตั้งใจ กล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวผิดปกติแบบอัตโนมัติ (Facial Synkinesis) จากการเชื่อมต่อของเส้นประสาทใบหน้าผิดปกติ (Cross-wiring of the facial muscles) เกิดจากเส้นประสาทใบหน้าที่อักเสบและซ่อมแซม บางส่วนอาจเชื่อมต่อกันผิดพลาด เหมือนสายไฟที่พันกันยุ่งเหยิง ส่งผลให้เวลาส่งสัญญาณประสาทลงมาจำเพาะต่อกล้ามเนื้อมัดหนึ่งๆนั้น กล้ามเนื้อบนใบหน้ามัดอื่นๆ ที่ตำแหน่งอื่นๆขยับทำงานด้วย เช่น

  • เมื่อยิ้มมุมปาก >> จะมีการเคลื่อนไหวใบหน้า ขมวดคิ้วแถมมา
  • เมื่อยิ้มมุมปาก >> จะมีการเคลื่อนไหวใบหน้า ตาข้างเดียวกันจะเปิดขึ้น เป็นต้น
กล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวผิดปกติแบบอัตโนมัติหลัง bell's palsy
กล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวผิดปกติแบบอัตโนมัติหลัง bell's palsy

กล้ามเนื้อใบหน้าเกร็ง

กล้ามเนื้อใบหน้าเกร็ง (Hypertonic facial muscles) กล้ามเนื้อใบหน้าบางส่วนอาจตึง เกร็ง เคลื่อนไหวลำบาก ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า หน้าผากเกร็งตัวได้

กล้ามเนื้อใบหน้ากระตุก

กล้ามเนื้อใบหน้ากระตุก (Facial muscle spasms) กล้ามเนื้อใบหน้าอาจกระตุกโดยไม่ตั้งใจ สร้างความรำคาญ หรือส่งผลต่อการพูด การกิน และบุคลิกภาพส่วนบุคคล

เทคนิคการกายภาพหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว ให้หายเป็นปกติได้ดีที่สุด

โปรแกรมการฟื้นฟูกล้ามเนื้อใบหน้าเฉพาะบุคคล

ในที่นี้ การกายภาพบำบัดในโรคหน้าเบี้ยวให้ถูกต้อง เหมาะสมตั้งแต่แรกจึงมีความสำคัญ 

Quality is more important than quantity

หลักการพื้นฐานของการฝึกกล้ามเนื้อใบหน้าสำหรับโรคหน้าเบี้ยว คือการค่อยๆ ฟื้นฟูการทำงานประสานกันระหว่างสมอง เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ

ในระยะแรก เป้าหมายคือการฝึกให้สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อใบหน้าได้อย่างถูกต้องตามต้องการ กายภาพบำบัดสำหรับโรคหน้าเบี้ยว มุ่งเน้นไปที่การฝึกการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อใบหน้าเฉพาะส่วน เมื่อเวลาผ่านไป การฝึกเหล่านี้ก็ช่วยให้เกิดการเคลื่อนไหวและแสดงอารมณ์บนใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับผู้ป่วยบางราย กล้ามเนื้อใบหน้าอาจเริ่มมีการเคลื่อนไหวที่ไม่ตั้งใจ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนเพื่อฝึกประสานการทำงานใหม่ ระหว่างคำสั่งสมอง-เส้นประสาทเลี้ยงใบหน้า-กล้ามเนื้อใบหน้าแต่ละมัด

การรักษาด้วยกายภาพบำบัดสำหรับโรคหน้าเบี้ยว (Bell’s Palsy Exercises) โดยทีมแพทย์เฉพาะทางจะมุ่งเน้นไปที่การฝึกแบบแยกมัด “ฝึกขยับกล้ามเนื้อใบหน้าหลัก และ ฝึกค้างกล้ามเนื้ออื่น ๆไว้” ไม่ให้เคลื่อนไหวแบบไม่ต้องการ เพื่อให้กล้ามเนื้อหลักสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างถูกต้องมากที่สุด กล่าวคือ หากคนไข้ตั้งใจจะยิ้มมุมปาก ก็ควรใช้เพียงกล้ามเนื้อยกมุมปากเท่านั้น ไม่ควรขยับกล้ามเนื้อหน้าผาก หรือกล้ามเนื้อรอบดวงตาร่วมด้วย

การกายภาพที่ VIVA ศูนย์กายภาพฟื้นฟูผู้ป่วยโรคสมองเฉพาะทาง

ที่ VIVA Wellness ศูนย์กายภาพฟื้นฟูผู้ป่วยโรคสมองเฉพาะทาง เราเน้นย้ำถึงความสำคัญของการได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะทางระบบสมอง กล้ามเนื้อและเส้นประสาท นักกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์ เพราะคนไข้แต่ละคนมีอาการและความรุนแรงของโรคหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว (Bell’s palsy) และรูปแบบการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าที่แตกต่างกัน

ดังนั้นจึงไม่มีโปรแกรมสำเร็จรูปในการรักษาที่เหมาะกับทุกคน หลังจากผ่านการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว คนไข้ของเราจะได้รับโปรแกรมการกายภาพฟื้นฟูใบหน้าอ่อนแรง ด้วยท่าบริหารเฉพาะที่ ที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลมากที่สุด

นอกจากโปรแกรมกายภาพกล้ามเนื้อใบหน้าเฉพาะบุคคลแล้ว การกายภาพเฉพาะทางที่VIVA Wellness เชี่ยวชาญมีอะไรอีกบ้าง

การประคบอุ่น

  • ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อใบหน้า โดยจะวางแผ่นประคบอุ่นบริเวณใบหน้าด้านที่่มีอาการอ่อนแรงประมาณ 15 – 20 นาที

การนวดกล้ามเนื้อใบหน้า

การนวดกล้ามเนื้อใบหน้าฟื้นฟูใบหน้าเบี้ยว
การนวดกล้ามเนื้อใบหน้าฟื้นฟูใบหน้าเบี้ยว
  • ช่วยในการลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อใบหน้า เนื่องจากผู้ป่วยจะมีอาการตึงตัวมากกว่าปกติ โดยใช้เวลาการนวด ทั้งใบหน้าประมาณ 10 นาที
  • แบ่งนวดแต่ละส่วนเริ่มจากบนลงล่าง ตั้งแต่หน้าผาก คิ้ว รอบดวงตา เปลือกตา จมูก แก้ม-เหนือริมฝีปาก คาง และคอ โดยใช้นิ้ว 3 นิ้ว ได้แก่ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง โดยเริ่มจากจุดกึ่งกลางของใบหน้า แล้ววนออกมาทางด้านข้าง นวดหน้าเบาๆ ไล่ไปทางหู ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อดังภาพค่ะ

การกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าด้วยไฟฟ้า

กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าด้วยไฟฟ้า
กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าด้วยไฟฟ้า
  • ช่วยชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อระหว่างรอการฟื้นตัวของเส้นประสาท โดยจะกระตุ้นให้เห็นการหดตัวของกล้ามเนื้อเล็กน้อย (minimal contraction)
  • ควรกระตุ้นไฟฟ้า 5 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นเวลา 3 สัปดาห์
  • ข้อห้ามและข้อควรระวังในการทำ คือ ผู้ป่วยที่มีการอักเสบของผิวหน้ามาก มีแผลเปิด การรับรู้ความรู้สึกลดลง และการมีการติดเชื้อที่แพร่ได้โดยการสัมผัส

การผสมผสานเทคนิคแปะเทปใบหน้าร่วมกับกายภาพฟื้นฟู

เทคนิคการแปะเทปเพื่อฟื้นฟูใบหน้าเบี้ยว
เทคนิคการแปะเทปเพื่อฟื้นฟูใบหน้าเบี้ยว
  • การใช้เทปชนิดพิเศษแปะลงบนใบหน้าตามแนวทางที่กำหนด มีงานวิจัยรองรับว่าสามารถลดระยะเวลาการฟื้นตัวของใบหน้าอัมพาต ช่วยลดระยะเวลาการรักษา และเพิ่มผลการรักษาที่ดีขึ้น

เคล็ดลับการดูแลอื่นที่ VIVA แนะนำ

  • ใช้ฝ่ามือประคองแก้มข้างที่ตก: คล้ายท่าจับโทรศัพท์ ดันแก้มขึ้น เวลาพูด จะช่วยให้พูดชัดขึ้น โดยเฉพาะเสียง บ และ พ ค่ะ
  • ดูแลความสะอาดช่องปาก: ในกระพุ้งแก้ม ภายในช่องปากด้านที่เป็นอัมพาต มักจะมีเศษอาหารไปติดอยู่ ต้องใส่ใจแปรงฟันทำความสะอาดให้ทั่วถึงโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาจช่วยเหลือตนเองได้ไม่ดีเท่าที่ควร อาจทำให้เกิดแผล เหงือกอักเสบตามมาได้ ลองใช้ น้ำยาบ้วนปาก และแปรงสีฟันที่อ่อนนุ่มก็ช่วยได้ค่ะ
  • พยายามเคี้ยวอาหารสองข้าง: แม้จะลำบากหน่อย เพราะกล้ามเนื้อแก้มยังไม่แข็งแรง แต่ควรหมั่นฝึกเพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อด้านใบหน้าอ่อนแรง ฝ่อเหี่ยวค่ะ และระวังอย่ากัดลิ้นหรือกระพุ้งแก้มตัวเองค่ะ
  • อย่าเกร็งหน้าด้านปกติ: เพราะจะยิ่งทำให้หน้าเบี้ยวมากขึ้น
  • ใช้หลอดช่วยดื่มน้ำ: วางหลอดตรงกลางลิ้น และอมหลอด ทำปากจู๋ ปิดริมฝีปากให้สนิทด้วยนิ้วมือ ก่อนเริ่มดูดน้ำ
  • พักผ่อนเยอะๆ: เมื่อรู้สึกเหนื่อย ร่างกายจะฟื้นฟูได้เร็วขึ้น
  • ดูแลดวงตาเป็นพิเศษ: เพราะไม่สามารถกระพริบ ปิดเปลือกตาได้สนิท อาจทำให้ตาแห้ง เกิดแผลที่กระจกตา หากมีปัญหานี้ หมอแนะนำให้ลองใช้ น้ำตาเทียม ผ้าก๊อสสะอาดปิดตาเวลานอน หรือเวลาแสบตา หมั่นใส่แว่นกันแดด ป้องกันลม และแสงแดด หากมีอาการเคืองตามากผิดปกติ ให้รีบปรึกษาแพทย์นะคะ

สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อรับการวินิจฉัยและทำกายภาพบำบัดเฉพาะบุคคล ที่คลินิก หรือ ที่บ้านผ่านโปรแกรมวิดีโอคอลออนไลน์ (Tele-Rehabilitation) สามารถติดต่อได้ที่ VIVA wellness ศูนย์กายภาพฟื้นฟูเฉพาะทางผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและระบบประสาท

บทความที่น่าสนใจ

Reference:

  • Tuncay F, Borman P, Taser B, U ̈ nlu ̈ I, Samim E.Role of electrical stimulation added to conventional therapy in patients with idiopathic facial (Bell) palsy. Am J Phys Med Rehabil 2015;94:222-228.
  • Mirzakhani N, Angooti Oshnari L, Akbarzadeh Baghban A,Eliyspoor D, Javantash A, Kamalifar M, et al. The comparison between exercise therapy and biofeedback therapy in facial function and quality of life of Bell’s palsy. J Clin Physio Res. 2017; 2(3): 139-143.
  • Di Stadio, A., Gambacorta, V., Ralli, M. et al. Facial taping as biofeedback to improve the outcomes of physical rehab in Bell’s palsy: preliminary results of a randomized case–control study. Eur Arch Otorhinolaryngol 278, 1693–1698 (2021). https://doi.org/10.1007/s00405-020-06193-3

บทความโดย

หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท

สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ