รับมืออย่างไร กับความทรงจำที่จางหาย

เมื่อสมองเป็นดังฟองน้ำ ภาวะสมองเสื่อมคงเป็นฟองน้ำที่ถูกบีบจนฟีบ สูญเสียทั้งโครงสร้างเเละหน้าที่การทำงานในที่สุด นำมาซึ่งชิ้นส่วนความทรงจำที่หายไป กลับกลายเป็นอารมณ์เเละพฤติกรรมที่เปลี่ยนเเปลง สิ่งหนึ่งที่เลี่ยงไม่ได้เลย คืออารมณ์ที่เกิดขึ้นของผู้ดูเเล เมื่อคนไข้สมองเสื่อมเริ่มทำอะไรที่ผิดเเปลกไป ความเข้าใจในตัวโรคเเละการดำเนินโรคจึงเป็นสิ่งที่คนใกล้ชิดควรรู้จัก

หลังจากได้คิดอยู่นานว่าจะเล่าเนื้อหาอย่างไร ให้ผู้อ่านของเราเข้าใจตัวโรคได้ง่าย เปรียบเทียบเรื่องใกล้ตัวที่สุด ที่คนส่วนใหญ่คงอินไม่เเพ้กันกับภาพยนตร์ หลานม่า ภาพยนตร์เเนวครอบครัวดราม่าจากค่าย GTH บันทึกช่วงเวลาของสิ่งที่มีค่า สิ่งที่เรียกว่า “ ครอบครัว ” ได้เป็นอย่างดี ทำเอาใครหลายคนที่ได้ดูน้ำตาคลอกันไปตามๆกัน ราวกับกำลังดูเรื่องราวชีวิตของตัวเองเเละครอบครัวอยู่ สะท้อนบทบาทผู้ป่วยกับผู้ดูเเล ผ่านตัวละครของอาม่าเหม้งจู ผู้ที่เป็นศูนย์ร่วมของครอบครัวที่บันปลายชีวิตกลับประสบด้วยโรคมะเร็ง เเละเอ็ม (หลาน) ผู้ดูเเลที่ต้องใช้เเรงกายเเรงใจอย่างล้นเหลือ เเละเมื่อครอบครัวเปลี่ยนจากครอบครัวขยายในบ้านเดียวกันที่ทุกคนต่างค่อยช่วยกันดูเเล ไปสู่ครอบครัวเดี่ยว การรับภาระดูเเลพ่อเเม่ที่เเก่เฒ่าป่วยไข้จะมีเเต่ยุ่งยากขึ้น ท้ายที่สุดก็นำไปสู่การจ้างคนนอกมาดูเเล

การปรับตัวจากสิ่งที่เปลี่ยนเเปลงไป นอกเหนือจากตัวผู้ป่วยเอง ยังมีคนใกล้ชิดรอบข้างที่เป็นผู้ดูเเลที่ต้องรับมือกับความเปลี่ยนเเปลงที่เกิดขึ้นเช่นกัน

คงพอจะนึกเปรียบเทียบบทบาทระหว่างผู้ป่วยเเละผู้ดูเเลกันได้บ้างเเล้ว การดูเเลผู้ป่วยสมองเสื่อมกับผู้ป่วยโรคมะเร็งคงมีความยากในการดูเเลไม่เเพ้กัน เพราะนอกเหนือจากความทรงจำที่หายไป กลับกลายเป็นเด็กอีกครั้งจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันของตนเองได้ หนำซ้ำยังมีอารมณ์เเละพฤติกรรมที่เปลี่ยนเเปลงไปเข้ามาเเทรกอีก

เมื่อภาวะสมองเสื่อมเข้าสู่ระยะกลางเเละท้ายของโรค ปัญหาที่ตามมาเเละยากที่จะรับมือ คงไม่พ้น “ปัญหาพฤติกรรมเเละอารมณ์ของผู้ป่วยสมองเสื่อม (Behavioral and psychological symptoms of dementia ; BPSD)”

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

  • ปัญหาพฤติกรรมเเละอารมณ์ของผู้ป่วยสมองเสื่อม
  • อาการของ BPSD ที่พบได้บ่อย
  • เจ็บป่วยกาย แต่ไม่เจ็บปวดใจ​

ปัญหาพฤติกรรมเเละอารมณ์ของผู้ป่วยสมองเสื่อม

ปัญหาพฤติกรรมเเละอารมณ์ของผู้ป่วยสมองเสื่อม เรียกสั้นๆว่า BPSD หลายคนอาจพอรู้จักเเต่วันนี้ของมาเล่ารายละเอียดให้ฟังกันสักหน่อย ความเข้าใจที่ว่าผู้ป่วยสมองเสื่อมอาจมีเเค่ภาวะหลงลืม ที่ดูเป็นเรื่องน่ากังวลเเละเเลดูลำบากในการดูเเล เเท้จริงเเล้วสิ่งที่รับมือได้ยากคือ BPSD กลุ่มอาการทางจิตเเละประสาท (neuropsychiatric symptoms ) มักพบในระยะกลางเเละท้ายของภาวะสมองเสื่อมถึง 60-90% มากไปกว่านั้นผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีอย่างน้อยหนึ่งปัญหาในตลอดช่วงระยะของการเจ็บป่วยจากภาวะสมองเสื่อม

กลุ่มโรคที่เรามักพบได้บ่อยเช่น โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) สมองเสื่อมจากพยาธิสภาพที่หลอดเลือดสมอง (Vascular dementia) สมองเสื่อมจากโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) สมองเสื่อมจากเนื้อสมองส่วนหน้าเเละส่วนขมับฝ่อ (Fronto-temporal lobe degeneration)

เเต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วย BPSD จะมีเเค่ระยะกลางเเละท้ายเท่านั้น เเท้จริงเเล้ว ภาวะซึมเศร้ายังสามารถพบได้บ่อยในระยะเเรก (mild dementia) อาการหลงผิดหรือหวาดระเเวง (delusions) จะพบได้บ่อยในผู้ป่วยสมองเสื่อมระยะกลาง (modereate dementia) ในขณะที่ความผิดปกติเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว(abberant motor behavior) มักพบได้บ่อยในระยะท้าย หรือที่เรียกว่า severe dementia

อาการของ BPSD ที่พบได้บ่อย

ขอหยิบยกบางอาการของ BPSD ที่พบได้บ่อยมาเล่าให้ฟังกัน อาการเเสดงนั้นมีความหลายหลายมาก ตั้งเเต่

  • อาการเฉยเมย ไร้ความรู้สึก (apathy) ผู้ป่วยอาจดูไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เริ่มคุยกับคนน้อยลง
  • ภาวะซึมเศร้า (depression) เเสดงออกโดยการร้องไหอยู๋บ่อยๆ มีความรู้สึกเเย่ที่ตนเองเป็นภาระให้กับผู้อื่น
  • เเละในบางครั้งอาจมี อาการหลงผิด (delusion) หรือหวาดระเเวง ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่หลายบ้านประสบ คือ ผู้ป่วยคิดว่ามีคนมาขโมยของ (เเต่เเท้จริงเเเล้วผู้ป่วยมีภาวะหลงลืม ทำให้ตนเองจำไม่ได้ว่าวางของไว้ตรงไหน )
  • การนอนหลับที่ผิดปกติ (sleep cycle abnormalities) โดยมักจะหลับเเล้วตื่นกลางดึกหลังจากนั้นนอนไม่หลับอีก เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าอาการเเสดงมีความหลากหลายค่อนข้างมากตั้งเเต่เงียบเฉยไปจนถึงขั้นโวยวาย พูดจาหยาบคาย อาการเหล่านี้มักเเปรผันตรงกับความเสื่อมของสมองที่เพิ่มมากขึ้น สะท้อนถึงการพยากรณ์ของโรคที่ไม่ดีอีกด้วย จึงไม่เเปลกที่เรามักเห็นอาการเหล่านี้ได้ชัด ในช่วงที่ระยะของโรคดำเนินไปมากเเล้ว

ในช่วงท้ายนี้… ความคิดสติปัญญาของผู้ป่วยจะเสื่อมถอยไปมาก เริ่มมีการเจ็บป่วยที่รุนเเรง ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันเริ่มลดลงเรื่อยๆ ส่งผลให้ท้ายที่สุดอาจเห็นผู้ป่วยนอนเยอะขึ้น ติดเตียง และเข้าสู่ระยะเสื่อมถอยของร่างกายในที่สุดค่ะ 

เจ็บป่วยกาย แต่ไม่เจ็บปวดใจ

มากกว่าอาการเจ็บป่วยของผู้ป่วยเเล้ว ความยากลำบากในการดูเเลของผู้ป่วยสมองเสื่อมยังเพิ่มภาระให้กับผู้ดูเเล ล้วนสร้างความตึงเครียดเเก่กันเเละกัน เเละท้ายที่สุดความรู้สึกเหล่านี้จะส่งผลต่อคุณภาพในการดูเเลผู้ป่วยที่ลดลง คุณภาพชีวิตของทั้งผู้ป่วยเเละผู้ดูเเลเเย่ลง

ดังนั้นความเข้าใจในตัวโรค ความรู้ในการดูเเลเบื้องต้น ร่วมไปถึงทักษะในการดูเเละการรับมือกับอาการของผู้ป่วยสมองเสื่อมซึ่งรวมถึงปัญหาพฤติกรรมเเละอารมณ์ของผู้ป่วยจึงเป็นสิ่งสำคัญ

เพราะท้ายที่สุดเเล้ว สิ่งสุดท้ายที่ผู้ป่วยต้องการ อาจเป็นเวลา เวลาที่ว่าไม่ใช่เวลาทั้งหมดของชีวิตที่เอามาทุ่มให้ เเต่เป็นเวลาเช่นนี้ เวลาที่หวาดกลัว เวลาที่เจ็บปวด การมีใครสักคนเพื่อปลอบโยนอยู่ตรงนั้นด้วยกัน เเละเป็นสิ่งที่คำว่าครอบครัวจะสามารถมอบให้ได้

บทความโดย

หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท

สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ “VIVA Wellness” หรือทางไลน์ “VIVA Wellness” นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ

ยินดีให้คำปรึกษาฟรี

นัดปรึกษาปัญหาการฟื้นตัวกับหมอมิ้นท์

โทร 092-828-6888 หรือแอดไลน์ @vivawellness