เทคนิคฟื้นฟูร่างกายหลังสโตรกด้วย
“Motor relearning program”

ปัจจุบัน เทคนิคการกายภาพฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้ก้าวหน้าไปอย่างมาก มีเทคโนโลยีต่างๆมากมายเข้ามาช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติหรือใกล้เคียงปกติได้เร็วขึ้น

กลยุทธ์สำคัญที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่ยังไม่ถูกนำมาใช้อย่างจำเพาะ อย่างจริงจังในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง คือ Motor relearning program

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

  • มหัศจรรย์ความยืดหยุ่นของสมอง(neuroplasticity)
  • Motor relearning program คืออะไร?
  • การฝึก Motor relearning program ประกอบด้วยเช็คลิสอะไรบ้าง?
  • อยากฝึกด้วยเทคนิค Motor relearning program ต้องเริ่มอย่างไร?
  • กรณีตัวอย่างผู้ป่วย
  • ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า

มหัศจรรย์ความยืดหยุ่นของสมอง(neuroplasticity)

ปัจจุบันเราทราบดี ว่าเซลล์สมองที่ตายไป สร้างตัวเซลล์เดิมกลับใหม่ไม่ได้…แต่ความยืดหยุ่นของสมอง (neuroplasticity) สามารถสร้างร่างแห โครงข่ายเซลล์สมองข้างเคียงให้กลับมาช่วยงานแทนได้

หากคิดภาพตามให้เข้าใจง่าย คงเปรียบเสมือน นิทานพนักงานในบริษัท

ในบริษัทแห่งหนึ่งมีพนักงาน 10คน พนักงานหนึ่งคนเสียชีวิตไป พนักงานที่เหลือ อีก 9คน ก็ต้องเร่งมือขึ้นมาทำงานแทน หรือเด็กฝึกงานในบริษัท (ในที่นี้หมอจะหมายถึงเซลล์อ่อน ที่อยู่ในบริษัท แต่ไม่เคยแสดงตัว ไม่เคยต้องทำงานจริงมาก่อน) ก็จะถูกกระตุ้นให้ออกมาทำงานเป็นพนักงานคนที่ 11 แม้จะยังไม่เก่งแต่ก็พอชดเชยได้ การทำงานในบริษัทก็จะเริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติ

การฟื้นฟูสมองมีประสิทธิภาพสูงสุดในช่วง 3-6 เดือนแรก (Golden period) หลังเกิดโรค เพราะสมองยังมีศักยภาพในการปรับตัว ยังเปิดรับการกระตุ้นโครงข่ายเซลล์ข้างเคียงให้กลับมาช่วยงานแทนได้ง่าย

โรคหลอดเลือดสมอง เป็นโรคร้ายแรง แต่สามารถฟื้นฟูได้ สิ่งสำคัญคืออย่ายอมแพ้ การฝึกต้องสม่ำเสมอ และถูกวิธี เทคนิค Motor relearning program เป็นอีกวิธีหนึ่งที่หมอแนะนำใช้ในการเร่งประสิทธิภาพการฟื้นฟูผู้ป่วยให้ร่างกายที่อ่อนแรง ไม่ถนัด กลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด มากที่สุด

Motor relearning program คืออะไร?

Motor relearning program คือ การโปรแกรมสมองใหม่ สั่งสมองให้เรียนรู้ จดจำใหม่อีกครั้ง จากการที่โปรแกรมเก่าถูกทำลายไป ไม่ว่าจะเป็นผลจากโรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดสมองตีบ ตัน หรือแตก การอักเสบของสมอง หรือการบาดเจ็บของสมองใดๆ

การฝึก Motor relearning program ประกอบด้วยเช็คลิสอะไรบ้าง?

  1. การฝึกแขน (Upper limb function)
  2. การฝึกกล้ามเนื้อใบหน้า-ปาก (Oro-facial function)
  3. การฝึกลุกจากท่านอนเป็นท่านั่ง (Supine to sitting)
  4. การฝึกนั่ง (Sitting)
  5. การฝึกเปลี่ยนท่าจากท่านั่งเป็นท่ายืน หรือ การฝึกเปลี่ยนท่าจากท่ายืนเป็นท่านั่ง (Sit to Stand & Stand to Sit)
  6. การฝึกยืน (Standing)
  7. การฝึกเดิน (Walking)

อยากฝึกด้วยเทคนิค Motor relearning program ต้องเริ่มอย่างไร?

ต้องเริ่มอย่างไร?

  • การฝึกจะเริ่มจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการสังเกตท่าทาง สังเกตปัญหาการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยเฉพาะราย จากนั้นเมื่อระบุขั้นตอนที่เป็นปัญหาได้ จึงเน้นฝึกกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงที่ทำให้เกิดปัญหา มัดนั้น ซ้ำๆ ตามหลัก “Motor relearning program”

  • จะเห็นว่า การตรวจอย่างละเอียด โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวิเคราะห์ปัญหานั้น จะทำให้การกายภาพฟื้นฟู แก้ไขภาวะอ่อนแรง แขน ขา หรือ ใบหน้า
    • ทำได้ตรงจุด ถูกต้อง
    • ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน (ผิดรูป ท่าผิด เกร็ง) และ
    • เป็นการเร่งการฟื้นฟูร่างกายหลังอัมพฤกษ์ อัมพาต ให้กลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด ภายใต้ข้อจำกัดของความรุนแรงโรคและสภาพร่างกายของผู้ป่วย

ลองมาดูกรณีตัวอย่างกัน

ผู้ป่วยรายหนึ่ง ประสบอุบัติเหตุรถชน มีเลือดออกในสมอง หลังทำการผ่าตัดเลือดคั่งในสมอง อาการคงที่ ฟื้นตัวจนคุณหมอให้กลับบ้านได้ หลังกลับบ้านพบว่าปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรง แขน ขา ไม่มีแรงดีขึ้น แต่ยังเดินเองไม่ได้

ผู้ป่วยรายนี้เข้ามาปรึกษาหมอว่ายังเดินไม่ได้ จะฝึกอย่างไรดี? จากการประเมินพบว่าผู้ป่วยสามารถนั่งทรงตัวได้ แต่ยังลุกเองไม่ได้ จึงยังเดินไม่ได้

ดังนั้น ก่อนที่จะไปเน้นการฝึกเดิน ขั้นตอนที่ถูกต้อง ที่ต้องทำให้ดีก่อนคือ การลุกยืนเอง

เป้าหมายของคนไข้รายนี้ ตอนนี้คือ “การฝึกเปลี่ยนท่า จากท่านั่งเป็นท่ายืน” เพราะสามารถนั่งทรงตัวได้แล้ว ยืนนิ่งๆเองพอได้ แต่ลุกเองไม่ได้

หากวิเคราะห์องค์ประกอบการเคลื่อนไหวอย่างละเอียด (functional analysis) ของการลุกขึ้นยืนในคนแข็งแรงปกติ จะพบว่า เป็นไปตามสเตปดังนี้

เริ่มจาก งอเข่า งอสะโพก ก้มตัวมาข้างหน้า เหยียดเข่าและสะโพก แล้วจึงงุ้มฝ่าเท้าลงไปกดพื้น เพื่อดันตัวขึ้นจากเก้าอี้ จึงลุกยินได้

การเคลื่อนไหวเหล่านี้ เดิมทีคนแข็งแรงดี จะสามารถลุกได้เลย โดยไม่ต้องใช้สมองฉุกคิด การเคลื่อนไหวแต่ละสเตป แต่ละองค์ประกอบ ถึงจะลุกขึ้นยืนได้ เพราะว่าสมองที่เราเรียนรู้มาตั้งแต่เด็ก การเคลื่อนไหวเหล่านี้ ถูกสอนมาจนสเตปการเคลื่อนไหวนั้นเป็น program อัตโนมัติไปแล้ว

การลุกยืนในผู้ป่วยก็เป็นสเตปเช่นเดียวกัน เพียงแต่จะมีข้อจำกัดบางประการ เช่น อาการอ่อนแรง อาการเกร็งหรือมีการรับรู้ความรู้สึกสัมผัสที่ลดลง การทรงตัวไม่ดี ที่ทำให้การฝึกฝนยากกว่าเดิม

การจะฝึกใหม่จึงต้องทำการฝึกให้บ่อย ให้สมองจำ(ใหม่) อีกครั้ง หรือที่เรียกว่า Relearning/Reprogramming นั่นเอง

4 phase reprogramming sit to stand
4 phase reprogramming sit to stand

ในผู้ป่วยโรคสมอง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ที่ขาอ่อนแรง กล้ามเนื้อที่มีหน้าที่ งอจะได้รับผลกระทบมากที่สุด จึงงอสะโพก งอเข่าลำบาก ทำให้การลุกยืน ฝึกยากมากในช่วงแรก

การฝึกกายภาพบำบัดให้ตรงจุด จึงต้องเน้นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้ งอเข่า (Quadriceps muscle) งอสะโพก (Iliopsoas muscle) เป็นหลักก่อน โดยการฝึกซ้ำๆให้สมองจำ(ใหม่) ร่วมกับ

  • การใช้เทคนิคการให้ฟีดแบค (Verbal and Visual Feedback)
  • จัดท่าทาง (Manual guidance)

ให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ (Relearning) ได้อย่างถูกต้อง

ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า

เทคนิค Motor Relearning Program นั้น เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของร่างกาย เทคนิคนี้มุ่งเน้นไปที่การฝึกฝนสมองให้เรียนรู้การควบคุมกล้ามเนื้อที่อ่อนแอใหม่ โดยการฝึกซ้ำๆให้สมองจำ (ใหม่) โดยอาศัยหลักการของ Neuroplasticity หรือความสามารถในการฟื้นตัวของสมอง โดยเฉพาะในช่วงเวลา golden period 6เดือนแรกหลังอัมพฤกษ์ อัมพาตฉับพลัน

การฝึกฝนด้วยเทคนิค Motor Relearning Program จำเป็นต้องอาศัยความอดทนและความพยายาม แต่หมอเชื่อว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะคุ้มค่ากับเวลาและความทุ่มเท

เพียงเชื่อมั่นว่าเราทำได้ !!

อย่ารอช้า! ฟื้นฟูจากโรคหลอดเลือดสมองได้เร็วขึ้น 

ปรึกษาทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหลอดเลือดสมองและนักกายภาพบำบัด เพื่อรับการออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล

เริ่มต้นเส้นทางสู่การฟื้นฟูได้วันนี้ !!

ทำไมต้องเลือก VIVA

✅ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหลอดเลือดสมองที่มีประสบการณ์สูง
✅นักกายภาพบำบัดมืออาชีพ: ทีมนักกายภาพบำบัดที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง
✅โปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล: ออกแบบโปรแกรมให้เหมาะกับความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย
✅เทคโนโลยีทันสมัย: เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อการฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ
✅ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้: ผู้ป่วยจำนวนมากประสบความสำเร็จในการฟื้นฟู

อย่าปล่อยให้เวลาสูญเสียไป เริ่มต้นการฟื้นฟูของคุณได้วันนี้ !!

บทความที่น่าสนใจ

บทความโดย

หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท

สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ