เจาะลึกปัญหาความจำหลังโรคหลอดเลือดสมอง

ปัญหาด้านความจำหรือภาวะบกพร่องทางพุทธิปัญญาเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง จากงานวิจัยล่าสุดโดย the American Heart Association/American Stroke Association ตีพิมพ์ในวารสารหลอดเลือดสมองนานาชาติ

พบว่าร้อยละ 50 ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจะพบปัญหาด้านความจำตามมาภายในเวลา 1ปี

โดยมีผู้ป่วยเพียงส่วนน้อย (ประมาณน้อยกว่าร้อยละ 20) ที่จะสามารถฟื้นฟูความจำกลับมาสู่ภาวะปกติก่อนเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้

และมากถึง 1 ใน 3 ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมดจะมีปัญหาด้านความจำที่แย่ลงถึงขั้นเข้าข่ายวินิจฉัยโรคสมองเสื่อมตามมาในระยะเวลา 5 ปี

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

  • อาการเริ่มต้นของปัญหาด้านความจำที่พบบ่อย
  • การตรวจคัดกรองปัญหาความจำหลังเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
  • การรักษาและป้องกันปัญหาด้านความจำหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง​

อาการเริ่มต้นของปัญหาด้านความจำที่พบบ่อย

อาการเริ่มต้นของปัญหาด้านความจำที่พบบ่อย ได้แก่ อาการหลงลืม คิดออกยาก ใช้เวลานานในการระลึกถึงเรื่องที่ต้องการ ปัญหาในการวางแผน ความว่องไวในการคิดตัดสินใจที่ช้าลง และสมาธิในการจดจ่องานลดลง รวมไปถึงผู้ป่วยบางท่านอาจประสบปัญหาด้านการใช้ภาษาร่วมด้วย

อาการเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และการทำงาน โดยจะแสดงออกชัดเจนมาก ในผู้ป่วยที่ยังต้องใช้ศักยภาพทางความคิด ความจำสูง กล่าวคือกลุ่มผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ยังอยู่ในวัยทำงาน

การตรวจคัดกรองปัญหาความจำหลังเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

การตรวจคัดกรองปัญหาดังกล่าวตั้งแต่เกิดโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อเริ่มการรักษาอย่างเป็นระบบและเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะพบปัญหาความจำแย่ลงถึงขั้นเป็นโรคสมองเสื่อมในอนาคตจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น ปัจจุบันมีการตรวจคัดกรองโดยการใช้ แบบทดสอบ The Mini-Mental State Examination(TMSE) และ the Montreal Cognitive Assessment (MoCA) ซึ่งสามารถตรวจคัดกรองความบกพร่องด้านความจำได้เบื้องต้น ภายในระยะเวลาประมาณ 30 นาที

อย่างไรก็ตามข้อควรระวังในการสรุปว่าผู้ป่วยมีภาวะบกพร่องทางพุทธิปัญญาถาวรหรือไม่ อาจต้องใช้เวลาในการติดตาม และการตรวจเพิ่มเติมอย่างละเอียดเพื่อวินิจฉัยโรค เนื่องจากปัญหาความจำในช่วงต้นของการเจ็บป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง อาจยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าความผิดปกตินี้เป็นผลจากโรคหลอดเลือดสมองโดยตรง

เพราะแท้จริงแล้วอาจมีสาเหตุแฝงอื่นร่วม เช่น ความผิดปกติของเกลือแร่ การใช้ยาหลายชนิด ความกระวนกระวายจากการรับมือกับโรคร้ายแรงที่กำลังประสบ ภาวะด้านจิตใจอื่นๆที่ส่งผลต่อความจำ เป็นต้น อีกทั้งพบว่าปัญหาด้านความจำหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง มักเกิดพร้อมกับโรคร่วมอื่นๆในเวลาเดียวกัน ทั้งภาวะทุพพลภาพของร่างกาย เช่น ภาวะเพิกเฉยครึ่งซีก ปัญหาด้านการสื่อสาร ทำให้ไม่สามารถพูด หรือเข้าใจแบบทดสอบ ปัญหาด้านสายตาที่แคบลง รวมไปถึงปัญหาด้านการนอนหลับ ปัญหาบุคคลิกพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ภาวะซึมเศร้า และปัญหาด้านจิตใจที่พบร่วมด้วย

การวินิจฉัยปัญหาด้านความจำหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองจึงมีความจำเพาะและแตกต่างจากการวินิจฉัยปัญหาด้านความจำหรือโรคสมองเสื่อมประเภทอื่น

ไม่เพียงแต่การคัดกรองในช่วงแรกของโรคหลอดเลือดสมองเท่านั้น เนื่องจากจากการติดตามข้อมูลในระยะยาวจากหลายการศึกษา พบว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจะเกิดปัญหาด้านความจำตามมาในภายหลังด้วยอัตราสูงถึงถึงร้อยละ 2 ต่อปี

คำแนะนำล่าสุดจาก the American Heart Association/American Stroke Association ปี 2566 จึงแนะนำให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจคัดกรองปัญหาด้านความจำหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองดังกล่าวในระยะยาวมากกว่าเพียงแรกวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองเท่านั้น และได้รับการติดตามประเมินซ้ำ ทำต่อเนื่องไปในระยะเวลา 5-10 ปี

นอกจากนี้ เมื่อพบความผิดปกติที่ชี้จำเพาะถึงการทำงานผิดปกติของสมองลักษณะใดเป็นพิเศษ ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจอย่างละเอียดมากขึ้น โดยปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางระบบประสาทและนักจิตวิทยาที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความจำ เพื่อสืบค้น หาสาเหตุเพิ่มเติมที่รักษาได้

การรักษาและป้องกันปัญหาด้านความจำหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

แนวทางการรักษาปัญหาด้านความจำหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

  • การรักษาด้วยยา: ยากลุ่ม Cholinesterase inhibitors
  • การฝึกสมองกระตุ้นความจำ
  • การป้องกันปัญหาด้านความจำหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

การรักษาด้วยยา Cholinesterase inhibitors

การรักษาด้วยยา: ยากลุ่ม Cholinesterase inhibitors หลายชนิด พบว่าช่วยเพิ่มความจำในกลุ่มผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้บ้าง ด้วยคุณภาพหลักฐานข้อมูลระดับกลาง อย่างไรก็ตามยังคงต้องมีการศึกษาต่อเนื่องถึงประสิทธิภาพในการฟื้นฟูความจำ และผลข้างเคียงของยาที่พบได้ในกลุ่มยานี้ ได้แก่ อาการวิงเวียนเละท้องเสีย เป็นต้น นอกจากนี้กลุ่มยาทางเลือกอื่นที่พบว่าอาจมีประโยชน์ในการเพิ่มความจำในกลุ่มผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้ เช่น กลุ่มยาอนุพันธ์ของโปรตีน เซเลโบรไลซิน รีแลกซิน ซิติโคลีน และยากลุ่มกระตุ้นสารสื่อประสาทโดปามีน ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและต้องติดตามการศึกษาสนับสนุนอย่างต่อเนื่องต่อไป

การฝึกสมองกระตุ้นความจำ

ปัจจุบันมีข้อมูลมากขึ้นในการฝึกกระตุ้นสมองเพื่อชะลอความเสื่อมด้านความจำ โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การกระตุ้นความจำด้วยเกมมิฟิเคชั่น(gamification) และการกระตุ้นความจำด้วยภามเสมือนจำลอง (virtual reality) ที่พบว่าสามารถช่วยฟื้นฟูความจำได้ดีกว่าการฝึกสมองแบบดั้งเดิม โดยช่วยลดอาการหลงลืม คิดออกยาก และเพิ่มสมาธิในการจดจ่องาน โดยเป็นผลลัพธ์ที่ดีทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

การป้องกันปัญหาด้านความจำหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่ผู้ป่วยต้องตระหนักถึง จากข้อมูลพบว่าในกลุ่มผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดปัญหาด้านความจำตามมาในภายหลัง (หลัง3-6เดือนจากการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง) ส่วนหนึ่งเกิดจากการกลับเป็นซ้ำของโรคหลอดเลือดสมอง ทั้งแบบที่แสดงอาการชัดเจนให้ผู้ป่วยรู้ตัวและแบบไม่แสดงอาการ และอีกส่วนเกิดจากหลอดเลือดขนาดเล็กในเนื้อสมองที่ตีบตันยังดำเนินโรคต่อไป การควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ การคุมความดันโลหิต การคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด การงดสูบบุหรี่ จึงยังคงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการป้องกันปัญหาด้านความจำตามมาในภายหลังนี้ เช่นเดียวกับการป้องกันการเกิดหลอดเลือดสมองซ้ำ

อ้างอิงจาก

  • A Scientific Statement From the American Heart Association/American Stroke Association: Cognitive Impairment After Ischemic and Hemorrhagic Stroke. Originally published1 May 2023 https://doi.org/10.1161/STR.0000000000000430Stroke. 2023;54:e272–e291

บทความโดย

หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท

สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ