รู้จัก “อาการเกร็งในผู้ป่วยโรคสมอง” พร้อมเทคนิคฝึก

อาการเกร็งเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองต้องเผชิญ แต่เรารู้หรือไม่ว่าอาการเกร็งนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร? อาการนี้สร้างปัญหาต่อชีวิตประจำวันของพวกเรายังไง? รู้ทันว่าตนเองเป็นหรือไม่? และสิ่งสำคัญคือ เมื่อรู้แล้ว…แก้ไขเทคนิคการกายภาพด้วยตัวเองได้ สำคัญที่สุด วันนี้หมอมาแชร์ค่ะ

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

  • อาการเกร็ง เกิดจากอะไร
  • อาการเกร็งเกิดได้ที่ตำแหน่งไหนบ้าง
  • สังเกตตนเองว่ามีอาการเกร็งได้อย่างไร
  • เทคนิคการฝึกกายภาพที่ถูกต้องในผู้ป่วยที่ประสบปัญหาอาการเกร็ง
  • ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

อาการเกร็ง เกิดจากอะไร

เกิดจากรอยโรคในสมอง ไขสันหลัง ส่วนกลาง ที่สั่งงานมากเกิน(ขาดการควบคุม) >> ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ ส่วนปลาย จึงทำงานมากเกิน >> แสดงออกมาเป็น อาการเกร็ง กล้ามเนื้อแขน ขา ของผู้ป่วยโรคสมองและไขสันหลัง

หากอธิบายให้ละเอียด กล่าวคือ
เมื่อใยประสาทที่ควบคุมแรง กำลังกล้ามเนื้อเสียหาย(Corticospinal tract) ซึ่งแสดงออก คือ มีภาวะอ่อนแรง >> จะทำให้ใยประสาทข้างเคียง ที่ชื่อ Reticulospinal tract และ Vestibulospinal tract ทำงานเด่น มากขึ้น กว่าปกติ ซึ่งสองtractนี้ จะก่อให้เกิด “อาการเกร็ง” ของกล้ามเนื้อ แขน ขา ตามมา

อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ แขน ขา

อาการเกร็งเกิดได้ที่ตำแหน่งไหนบ้าง

อาการเกร็ง อาจเป็นที่แขน/ขาเพียงหนึ่งข้าง หรือแขน/ขาทั้งสองข้าง หรือเป็นทั้งตัว ขึ้นกับประเภทของรอยโรคในสมองที่ได้รับบาดเจ็บ

สังเกตตนเอง ว่ามีอาการเกร็งได้อย่างไร

✅ท่าทาง

อาการเกร็งในผู้ใหญ่ ที่มีรอยโรคในสมองมักเป็น แบบ “เกร็งงอบน เหยียดล่าง”

  • แขน อาการเกร็งอยู่ในท่าไหล่หมุนเข้าด้านใน งอศอก หมุนแขนท่อนล่างเข้าด้านใน งอข้อมือและบิดเอียงไปทางนิ้วก้อย นิ้วมือกำโดยนิ้วโป้งมักกำอยู่ด้านในนิ้วทั้งสี่
  • ขา อาการเกร็งอยู่ในท่าเหยียดสะโพก หุบสะโพกและหมุนสะโพกเข้าด้านใน สังเกตได้จากเข่าทั้งสองข้างจะหุบชิดเข้าหากัน เข่าเหยียด ข้อเท้าถีบปลายเท้าลง บางรายอาจมีบิดหมุนข้อเท้าเข้าด้านในร่วมด้วย นิ้วเท้างอจิก

✅ความเร็วในการขยับ

อาการเกร็งจะสัมพันธ์กับความเร็วในการขยับหรือเคลื่อนไหว หากงอและเหยียดศอกเร็วๆ แรงต้านในการงอเหยียดศอกก็จะแสดงออกมามากขึ้น

✅ความหนัก เข้มข้นของการฝึก

อาการเกร็งมักเกิดตามหลังการฝึกกายภาพที่หนัก มีการใช้งานกล้ามเนื้อ(และสมอง)เยอะ

✅อาการปวดเรื้อรัง

ในผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการพูด สื่อสารพูดเล่าอาการไม่ได้ สามารถสังเกตอาการเกร็งได้จากสีหน้าผู้ป่วย เพราะบางครั้งอาการเกร็งจะแสดงออกในรูปแบบการปวดเรื้อรัง ไม่สบายกาย

อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ แขน ขา

เทคนิคการฝึกกายภาพที่ถูกต้องในผู้ป่วยที่ประสบปัญหาอาการเกร็ง

จุดนี้มีความสำคัญ คือ เทคนิคการฝึกกายภาพที่ถูกต้อง ในผู้ป่วยโรคสมองและไขสันหลัง ที่มีอาการเกร็ง ต้องฝึกเคลื่อนไหวด้วยความเร็วปานกลาง ไม่เร็ว เกินไป ไม่หนัก เกินไป มีระยะเวลาพัก เหมาะสม ผู้ฝึกที่มีทักษะต้องสังเกตอาการเกร็งร่วม และเน้นการฝึกความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ ก่อน ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทุกครั้ง

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางระบบสมองและประสาท เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม
อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ มักต้องใช้การรักษาผสมผสานร่วมกันหลายวิธีขึ้นอยู่กับ

  • ความรุนแรงของอาการ
  • เป้าหมายของการรักษา
  • ปัญหาโรคประจำตัว
  • สุขภาวะโดยรวมของผู้ป่วย

การประเมินและวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรกของโรค เป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนการรักษา และควรติดตามผลการรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับการรักษาให้ได้ตามเป้าหมาย

Reference:

  • Li, Sheng & Francisco, Gerard. (2020). Correction to: The Use of Botulinum Toxin for Treatment of Spasticity. 10.1007/164_2020_412.
  • American Heart Association. 2012. Poststroke Spasticity Management by Gerard E. Francisco, MD and John R. McGuire, MD https://doi.org/10.1161/STROKEAHA.111.639831Stroke. 2012;43:3132–3136

บทความโดย

หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท

สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ