7 ตัวช่วย “ลดอาการเกร็ง”
คืนอิสรภาพให้กล้ามเนื้อผู้ป่วยโรคสมอง

อาการเกร็ง เป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยโรคสมองและไขสันหลัง บทความนี้ หมอจะมาแชร์วิธีจัดการอาการเกร็ง ลดปวด เพิ่มการเคลื่อนไหว เพิ่มคุณภาพชีวิต ให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างอิสระอีกครั้ง

7 ตัวช่วย ลดอาการเกร็ง (ใช้ร่วมกันได้)

  1. การออกกำลังกายและยืดกล้ามเนื้อ
  2. การฉีดโบทูลินัมท็อกซินเข้ากล้ามเนื้อ
  3. ยาชนิดรับประทาน
  4. การกระตุ้นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ
  5. การฉีดยาลดเกร็งเข้าไขสันหลัง
  6. อุปกรณ์พยุง
  7. การพันผ้าและการใส่เฝือก

1. การออกกำลังกายและยืดกล้ามเนื้อ

การออกกำลังกายและยืดกล้ามเนื้อช่วยคงความยืดหยุ่นและป้องกันข้อยึดติด

2. การฉีดโบทูลินัมท็อกซินเข้ากล้ามเนื้อ

การฉีดโบทูลินัมท็อกซินเข้ากล้ามเนื้อ ช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อโดยการบล็อกการทำงานที่มากไปของกล้ามเนื้อแบบจำเพาะเจาะจง คือบล็อกเฉพาะมัดที่มีปัญหา มีผลข้างเคียงน้อย อาจมีอาการเจ็บเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดยา

3. ยาชนิดรับประทาน

ยาชนิดรับประทาน ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ผลข้างเคียงที่ต้องระมัดระวัง คือ อาจมีอาการง่วงซึม หรือคลื่นไส้หากใช้ยาขนาดสูง

4. การกระตุ้นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ

การกระตุ้นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (Functional Electrical Stimulation/Neuromuscular Electrical Stimulations – NMES) หรือการสั่นสะเทือน(Vibration) ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อและเส้นประสาทให้เคลื่อนไหว ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไป

5. การฉีดยาลดเกร็งเข้าไขสันหลัง

การฉีดยาลดเกร็งเข้าไขสันหลัง (Intrathecal Baclofen Therapy – ITB) เป็นเทคนิคช่วยส่งยาไปยังจุดที่ออกฤทธิ์ที่ไขสันหลังที่ควบคุมการเกร็งโดยตรง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่นๆ

6. อุปกรณ์พยุง

อุปกรณ์พยุง (Braces) ช่วยพยุงกล้ามเนื้อให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม จัดท่า ป้องกันการหดสั้นของเอ็น กล้ามเนื้อ ในช่วงที่ทำกายภาพฟื้นฟู

7. การพันผ้าและการใส่เฝือก

การพันผ้าและการใส่เฝือก ช่วยจัดท่า สำหรับข้อศอกและข้อมือที่งอติดเล็กน้อยถึงปานกลาง

ผู้ป่วยควรทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ ดูแลสุขภาพร่างกาย ทานอาหารครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ ฝึกผ่อนคลายความเครียด และปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญหากมีคำถามหรือต้องการคำแนะนำ

บทสรุป

แม้จะเผชิญกับอาการเกร็งจากโรคสมองและไขสันหลัง หลายคนอาจรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง รู้สึกเหมือนถูกกักขังในร่างกายของตัวเอง แต่รู้หรือไม่ว่า อาการเกร็งนี้สามารถควบคุมและจัดการได้ แม้จะไม่หายสนิท แต่สามารถบรรเทาลงจนผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข

สิ่งสำคัญที่ไม่แพ้การรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ คือ “กำลังใจ” จากครอบครัว เพื่อน และผู้ดูแล เพียงแค่การอยู่เคียงข้าง รับฟังอย่างตั้งใจ แบ่งปันรอยยิ้ม ช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพลังใจอันล้ำค่า ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกมีคุณค่า รู้สึกว่าไม่ได้ต่อสู้กับโรคนี้อยู่เพียงลำพัง

Reference:

  • American Heart Association. 2012. Poststroke Spasticity Management by Gerard E. Francisco, MD and John R. McGuire, MD 

บทความโดย

หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท

สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ