แก้ปวด “ลดเกร็ง” โรคหลอดเลือดสมอง
ด้วย เทคนิค Personalized training
อาการเกร็ง กล้ามเนื้อตึง ปวด ขยับลำบาก หลังเจ็บป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง เป็นปัญหาใหญ่ที่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองต้องเผชิญ พบมากถึง 40% ปัญหาดังกล่าวล้วนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม มีเพียงบางกรณีเท่านั้นที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษา ส่วนบางกรณีผู้ป่วยต้องการเพียงการดูแลประคับประคอง
ญาติผู้ดูแลจะเลือกวิธีดูแลผู้ป่วยที่มีอาการเกร็งอย่างไร? เทคนิค Personalized training ในแง่มุมการลดเกร็งทำอย่างไร? วันนี้หมอจะมาสรุปให้เข้าใจกัน
เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
การเลือกวิธีดูแลผู้ป่วยที่มีอาการเกร็ง
- กรณีมีการเคลื่อนไหวน้อย ได้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงสูง
- กรณีมีการเคลื่อนไหวมาก ได้แก่ ผู้ป่วยที่โรครุนแรงน้อย
3 เทคนิค Personalized training ลดเกร็ง
- เน้นท่าทางที่ต้องใช้งานจริง
- เข้มข้นแต่เหมาะสม
- ออกแบบโปรแกรมการฝึกตามความรุนแรงของอาการ
การเลือกวิธีดูแลผู้ป่วยที่มีอาการเกร็ง
เน้นพิจารณาว่าผู้ป่วยมีสภาวะ ความต้องการการเคลื่อนไหวมากเพียงใด
กรณีมีการเคลื่อนไหวน้อย ได้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงสูง
เน้นหลักที่
- การจัดท่าบนเตียง ป้องกันแผลกดทับ
- การดูแลความสะอาดได้ง่าย ลดภาระของผู้ดูแล (caregiver)
- ลดความเจ็บปวดจากอาการเกร็งของผู้ป่วย
เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการติดเตียง จากการเกร็งในท่าเดิมนานๆ ยกตัวอย่างเช่น
- มือที่งุ้มจิก เล็บกดอยู่บนฝ่ามือ
- ข้อไหล่หมุน หนีบรักแร้เข้าหาลำตัว
ท่าเหล่านี้จะทำให้เกิดความอับชื้น เหม็นอับ เสียดสี และกดทับผิวหนังบริเวณนั้นๆจนเกิดเป็นแผลกดทับ แผลติดเชื้อได้
กรณีมีการเคลื่อนไหวมาก ได้แก่ ผู้ป่วยที่โรครุนแรงน้อย
- ผู้ป่วยที่คาดหวัง/ต้องการกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
- ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีเป้าหมายความต้องการในการเคลื่อนไหวได้ระดับ คล่องแคล่วว่องไว ไม่ติดขัด พร้อมท่าทางการเคลื่อนไหวที่ดูปกติ และไม่มีการบิดผิดรูป
เน้นหลักที่
- การฝึกแขน ขา มือ ใช้งานจริง เช่น ท่าหยิบ-ปล่อยวัตถุ ท่าเอื้อมยกของเหนือศีรษะ ท่าเดินทางราบ ด้วยเทคนิค Constraint-induced movement therapy, Mirror therapy
- ฝึกความแข็งแรง และความทนทานของกล้ามเนื้ออย่าง “เข้มข้นแต่เหมาะสม”
- ลดความเจ็บปวดจากอาการเกร็งของผู้ป่วย
3 เทคนิค Personalized training ลดเกร็ง
1. เน้นท่าทางที่ต้องใช้งานจริง
การฝึกผู้ป่วยด้วยการเน้นท่าทางที่ต้องใช้งานจริงจะช่วยให้สามารถวินิจฉัย step การเคลื่อนไหวที่เป็นปัญหาได้ละเอียดขึ้น ตรงความต้องการของผู้ป่วยที่จะกลับไปเคลื่อนไหวให้เสมือนปกติมากที่สุด
เพราะการเคลื่อนไหวได้ดี คล่องแคล่ว ไม่เกร็ง ต้องพิจารณาทั้ง
- การเกร็งตอนขยับโดยแพทย์ผู้ตรวจจับเคลื่อนไหว(passive movement)
- การเกร็งตอนผู้ป่วยขยับเอง(active movement) ทั้ง
- การเคลื่อนไหวตอนที่ผู้ป่วยตั้งใจ(Voluntary active movement)
- การเคลื่อนไหวตอนที่ไม่ได้ตั้งใจ(Involuntary active movement)
รวมถึงตรวจสอบ กล้ามเนื้อมัดอื่นที่พยายามทำงานทดแทน (ซึ่งแม้จะทำให้การเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการทำได้ เช่น ก้าวขาเดินไปข้างหน้าได้ แต่จะได้ในรู้ปแบบ ท่าทางที่ไม่ธรรมชาติ ผิดรูปตามมา) ทางการแพทย์เรียกว่า abnormal synergies, inappropriate muscle activation, และ anomalous muscle coactivation
จะเห็นว่ามีรายละเอียดในการตรวจอย่างมาก เพื่อความสมบูรณ์ของการฟื้นฟู ผู้ป่วยควรปรึกษาทีมแพทย์และนักกายภาพฟื้นฟู ในการวิเคราะห์ได้ถูกต้อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการฟื้นตัวได้สูงสุด
จะเห็นว่ามีรายละเอียดในการตรวจอย่างมาก เพื่อความสมบูรณ์ของการฟื้นฟู ผู้ป่วยควรปรึกษาทีมแพทย์และนักกายภาพฟื้นฟู ในการวิเคราะห์ได้ถูกต้อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการฟื้นตัวได้สูงสุด
อย่าปล่อยให้ “เกร็ง” มาขัดขวางการฟื้นฟูของคุณ!
2. เข้มข้นแต่เหมาะสม
เทคนิคการฝึกกายภาพที่ถูกต้อง ในผู้ป่วยโรคสมองและไขสันหลัง ที่มีอาการเกร็ง ต้องฝึกเคลื่อนไหวด้วยความเร็วปานกลาง ไม่เร็ว เกินไป ไม่หนัก เกินไป มีระยะเวลาพัก เหมาะสม ผู้ฝึกที่มีทักษะต้องสังเกตอาการเกร็งร่วม และเน้นการฝึกความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ ก่อน ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทุกครั้ง
3. ออกแบบโปรแกรมการฝึกตามความรุนแรงของอาการ
ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหลอดเลือดสมอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ทีมนักกายภาพบำบัดที่เชี่ยวชาญด้านโรคหลอดเลือดสมองและไขสันหลัง เพื่อออกแบบโปรแกรมการฝึกเฉพาะบุคคล เน้นการยืดกล้ามเนื้อ การฝึกเคลื่อนไหวเฉพาะท่าทาง รวมทั้งอาจพิจารณาใช้การกระตุ้นไฟฟ้าที่กล้ามเนื้อเพื่อเสริมการฟื้นฟูตามความเหมาะสม
การฝึกกายภาพที่ดี หวังผลการฟื้นตัวสูงสุดต้องมีการปรับโปรแกรมการฝึกตามความรุนแรงของอาการ วิเคราะห์สาเหตุและความรุนแรง และความต้องการของผู้ป่วย
เมื่ออาการเกร็งลดลง ต้องฝึกหนักขึ้น เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความทนทาน การรักษาแบบผสมผสานตามแนวทางการรักษา อาจต้องใช้ยาความกล้ามเนื้อ ยาลดอาการเกร็งชั่วคราว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
อย่าปล่อยให้ “อาการเกร็ง” ขัดขวางชีวิต
ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อร่วมเอาชนะ “อาการเกร็ง” คืนอิสรภาพให้การใช้ชีวิต




อ่านเพิ่มเติม
- รู้จัก “อาการเกร็งในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง” พร้อมเทคนิคฝึก
- เกร็ง ดีกว่า ไม่เกร็ง รู้หรือไม่? อาการเกร็งสื่อความสามารถในการฟื้นตัวของสมอง
- ทำนาย! ใครมีโอกาส “ปวดเกร็ง” หลังเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
- 3 เทคนิค กันไว้ดีกว่าแก้! อย่าให้อาการเกร็ง จำกัด ความสามารถในการฟื้นฟู
- 7 ตัวช่วย “ลดอาการเกร็ง” คืนอิสรภาพให้กล้ามเนื้อ สำหรับผู้ป่วยโรคสมอง
Reference:
- American Heart Association. 2012. Poststroke Spasticity Management by Gerard E. Francisco and John R. McGuire
บทความโดย
หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท
สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ

