เกร็ง ดีกว่า ไม่เกร็ง?
อาการเกร็งสื่อถึงความสามารถในการฟื้นตัวของสมอง

“ผู้ป่วยที่มีอาการเกร็ง ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น บ่งบอกว่าผู้ป่วยจะมีกำลังกล้ามเนื้อกลับมา เพิ่มมากกว่า ดีกว่า ผู้ป่วยที่ไม่เกร็ง” ข้อความกำลังใจที่หมออยากส่งให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง…

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

  • สาเหตุอาการเกร็ง
  • อาการเกร็งพบบ่อยแค่ไหน
  • ปัญหาตามมาจาก “อาการเกร็ง” ที่พบในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
  • ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สาเหตุอาการเกร็ง

อาการเกร็งเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองต้องเผชิญ เกิดจากรอยโรคในสมอง ไขสันหลัง ส่วนกลาง ที่สั่งงานมากเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อส่วนปลายหดเกร็ง

หากอธิบายให้ละเอียด กล่าวคือ เมื่อใยประสาทที่ควบคุมแรง กำลังกล้ามเนื้อเสียหาย (Corticospinal tract) ซึ่งแสดงออก คือ มีภาวะอ่อนแรง >> จะทำให้ใยประสาทข้างเคียง ที่ชื่อ Reticulospinal tract และ Vestibulospinal tract ทำงานเด่น มากขึ้น กว่าปกติ ซึ่งสอง tract นี้ จะก่อให้เกิด “อาการเกร็ง” ของกล้ามเนื้อ แขน ขา ตามมา

อาการเกร็งพบบ่อยแค่ไหน

อาการเกร็งในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง พบได้มากถึง 40% หลังการเจ็บป่วย โดยอาจเกิดตั้งแต่ระยะแรก หรือเกิดภายหลัง ระยะเวลาหลายปีก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม“ผู้ป่วยที่มีอาการเกร็ง ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น บ่งบอกว่าผู้ป่วยจะมีกำลังกล้ามเนื้อกลับมา เพิ่มมากกว่า ดีกว่า ผู้ป่วยที่ไม่เกร็ง”

แม้อาการเกร็งจะสื่อถึงความสามารถในการฟื้นตัวของสมอง
แต่อาการเกร็งที่มากไป จะจำกัดการเคลื่อนไหว ส่งผลเสียตามมา!!

ปัญหาตามมาจาก “อาการเกร็ง” ที่พบในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

  • ไม่สามารถฝึกตามเป้าหมายได้ ส่งผลเสียต่อการกายภาพฟื้นตัว
  • ไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันด้วยตนเอง เช่น ตักอาหาร อาบน้ำเอง สวมใส่เสื้อผ้า เดิน
  • ก่อให้เกิดความเจ็บปวดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อยตลอดเวลา
  • จำกัดการเคลื่อนไหว ก่อให้เกิดปัญหาแผลกดทัด จากการข้อติด แล้วติดเตียงตามมา
  • จำกัดการเข้าสังคม ก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้

ผู้ป่วยและญาติผู้ดูแลจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางระบบสมองและประสาท แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าวตั้งแต่แรกเริ่ม

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางระบบสมองและประสาท เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม
อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ มักต้องใช้การรักษาผสมผสานร่วมกันหลายวิธีขึ้นอยู่กับ

  • ความรุนแรงของอาการ
  • เป้าหมายของการรักษา
  • ปัญหาโรคประจำตัว
  • สุขภาวะโดยรวมของผู้ป่วย

การประเมินและวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรกของโรค เป็นสิ่งสำคัญในการวางแผนการรักษา และควรติดตามผลการรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับการรักษาให้ได้ตามเป้าหมาย

ความหวังอยู่ตรงหน้า! อย่าปล่อยให้ 

“เกร็ง” ฉุดรั้ง “การฟื้นฟู” ของคุณ!

บทความโดย

หมอมิ้นท์ พญ.วรัชยา วลัยลักษณาภรณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและระบบประสาท

สำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแลทางบ้านที่มีคำถาม หรือสงสัยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง โรคเส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดสมองแตก ผู้ป่วยโรคสมอง และผู้ป่วยติดเตียง สามารถส่งข้อความคำถามได้ที่เพจ Viva Wellness หรือทางไลน์ @VivaWellness นะคะ หมอและทีมหมอหลายๆท่านจะทยอยตอบคำถามให้ค่ะ